Make your own free website on Tripod.com

 เรื่องของพล

ขึ้นชื่อว่า "กรรม" ไม่มีบุคคลใดสามารถหนีพ้น ผลของกรรมมันคอยติดตามตัวเราเหมือนเงาตามตัว ไม่ว่ามีคนรู้หรือไม่รู้ เจตนาหรือไม่เจตนา กรรมก็ไม่เคยละเว้น มันจะตามตอบสนองผลของการกระทำทุกรูปแบบ เหตุการณ์ต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์ที่ฉันเองก็ไม่คิดว่าจะได้พบเจอ เพราะว่าตัวเองก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง (แต่ไม่เคยลบหลู่) และแม้จะไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา สิ่งนี้แหละเป็นสิ่งที่เตือนใจฉันอยู่เสมอว่าเวลาที่จะทำอะไร เราต้องมีสติ ไม่ควรจะใช้แต่อารมณ์เป็นเครื่องตัดสินใจ เนื่องจากฉันศึกษาอยู่ในสถาบันแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา จึงมีโอกาสเข้าไปทำงานในสโมสรนักศึกษา และได้รับมอบหมายจากทางสถาบันให้รับผิดชอบกิจกรรมการอบรมพัฒนาจิตแก่นักศึกษา ชั้นปีที่ 1 อันเป็นกิจกรรมบังคับที่นักศึกษาใหม่ต้องเช่าร่วมทุกคน เรารุ่นพีจะช่วยกันแยกนักศึกษาใหม่เป็นกลุ่ม ๆ กลุ่มที่ฉันรับผิดชอบอยู่เป็นกลุ่มที่ 2 โดยมีจำนวนนักศึกษาพร้อมคณะพี่เลี้ยงรวมแล้วกว่า 400 คน วันที่พวกเรานัดหมายกับนักศึกษารุ่นน้อง เพื่อทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการอบรมในครั้งนี้ว่าวัตถุประสงค์คืออะไร น้องหลาย ๆ คนพอรู้ว่าต้องอยู่วัดก็บ่นกันระงม "ไม่เห็นอยากไปเลย ไปอยู่ยังไงในวัด ตั้ง 4 คืน 5 วัน น่าเบื่อตายเลยพี่" ฉันก็ได้แต่บอกกับน้อง ๆ ว่า "ไปเถอะ และจะรู้ว่ามันดีกับตัวเราแค่ไหน เราไปฝึกจิตเพื่อพัฒนาตัวเรา ผลดีเกิดขึ้นกับเรา ไม่ได้ดีกับคนอื่นเลย" วัดที่เราจะเดินทางไปนั้น คือ วัตวะภูแก้ว อยู่ในเขตอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ฉันเคยได้เข้าไปสัมผัสอยู่ครั้งหนึ่งแต่มันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว จำได้ว่าตอนนั้นมีพระภิกษุจำพรรษาอยู่ไม่ถึง 10 รูป เป็นวัดที่มีความเงียบสงบมาก ปัจจุบันจึงมีนักเรียนนักศึกษาเข้าไปอบรม และศึกษาพระพุทธศาสนาอยู่เสมอ ความมุ่งหวังลึก ๆ ในใจของฉันและคณะพี่เลี้ยง นอกจากจะได้ทำกิจกรรมครั้งนี้ตามหน้าทีแล้ว ยังต้องขอสารภาพว่า อยากจะได้พบเห็นสิ่งเร้นลับหรือประสบการณ์แปลก ๆ ที่นักศึกษารุ่นก่อนเก็บเอาไปเล่าขานด้วย เช่นเรื่องที่เล่าว่า คืนวันพระในเรือนนอนที่ 3 จะเห็นผีหัวขาดเดินไปมา มีคนเห็นผีห้อยหัวลงมาจากพัดลมบ้าง หรือเวลาที่นั่งสมาธิ น้อง ๆ ก็จะมีอาการแปลก ๆ เช่น ลุกขึ้นมารำ ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย หรือนั่งร้องไห้บ้าง เรื่องเล่าชวนขนหัวลุกเหล่านี้ทำให้พวกฉันรู้สึกตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก

วันเดินทางเป็นวันที่ 21 มิถุนายน 2545 เราใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อไปถึงพี่เลี้ยงแต่ละกลุ่มก็จะพาน้อง ๆ นำสัมภาระไปเก็บที่เรือนนอนของตน จากนั้นอาจารย์ก็เรียกพวกเรารวมตัวที่บริเวณหน้าศาลาเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แล้วจึงขึ้นไปบนศาลาเพื่อทำพิธีเปิดกิจกรรมและปฐมนิเทศ แล้วสิ่งที่ฉันอยากเจอนักหนาก็เกิดขึ้น ขณะที่นั่งอยู่บริเวณท้ายศาลานั่นแหละ จู่ ๆ ฉันก็ได้กลิ่นดอกไม้โชยมา ฉันไม่รู้ว่าเป็นดอกไม้ชนิดใด จำได้แต่ว่าเป็นกลิ่นที่หอมมาก ตอนแรกก็คิดว่าคงเป็นดอกไม้ที่ปลูกอยู่แถวนั้น อีกสักครู่หนึ่งเพื่อนก็มาถามว่าได้กลิ่นอะไรไหม ฉันตอบเพื่อนไปว่าได้กลิ่นดอกไม้หอมมาก แต่ไม่รู้ว่าดอกอะไร พี่เลี้ยงที่นั่งอยู่ด้านหลังเลยส่งตัวแทนลงไปดูว่ามีดอกไม้หอมแถวนี้หรือไม่ คำตอบที่ได้คือ ไม่เพียงแค่ไม่มีดอกไม้หอม แต่แถวนั้นไม่มีดอกไม้เลยสักดอก คำตอบนั้นทำให้ขนฉันลุกซู่ ไม่ทันไรก็เจออะไรไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว การอบรมในแต่ละวัน นักศึกษาจะได้นั่งสมาธิเป็นยก วันละ 4 ยก เริ่มจากหลังการทำวัตรเช้า ก่อนเที่ยง ก่อนอาหารเย็น และก่อนเข้านอน โดยก่อนการนั่งสมาธิแต่ละครั้งก็จะมีวิทยากรมาบรรยายเรื่องน่าสนใจในหัวข้อต่าง ๆ เช่น การสร้างพลังจิตเพื่อประโยชน์ในชีวิต พลังบุญ-พลังบาป ตายแล้วไปไหน กฏแห่งกรรม ภพชาติ ฯลฯ ต่อจากนั้นจะเป็นการเดินจงกรมและนั่งสมาธิ เพื่อเป็นการจูงใจให้นั่งสมาธิกันได้นาน ๆ เราจึงจัดให้มีการจัดแข่งขันนั่งสมาธิด้วย ใครที่นั่งได้ดีและนานจนถึง 10 คนสุดท้าย เราจะถือว่าเป็นแชมป์ประจำยกนั้น ๆ เหตุการณ์ในวันสองวันแรกนั้นไม่มีอะไรมากนัก น้องหลายคนเข้าสมาธิได้ดี โดยเฉพาะน้องที่ชื่อ พล ได้ตำแหน่งแชมป์ติดกันหลายยก ไม่มีเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นเลย จนฉันคิดในใจว่เรื่องที่เล่าต่อ ๆ กันมาคงจะเป็นเรื่องหลอกเราให้กลัวเล่น ๆ ล่ะมั่ง แต่เมื่อคืนที่ 3 มาถึง เราก็ได้รู้ว่าเราเข้าใจผิด คืนนั้นเวลาประมาณ 22.00 น. ขณะที่น้อง ๆ นั่งสมาธิยกสุดท้ายไปได้ประมาณ 30 นาที และพวกเรากำลังเดินดูแลน้องตามปกติ ฉันเดินมาถึงหน้าน้องพลแล้วชะงัก รู้สึกผิดสังเกตที่วันนี้เขากำมือแน่นแล้วฉันก็ต้องสะดุ้งเมื่อจู่ ๆ เขาก็ต่อยลงบนพื้นหินอ่อนของศาลาอย่างรุนแรงติด ๆ กันไม่หยุดและร้องไห้โฮ ๆ พวกฉันรีบกรูกันไปช่วยกันจับตัวพลไว้ แต่พลยังไม่ยอมหยุดต่อย ใครคนหนึ่งรีบนำเบาะมารองพื้นตรงนั้นไว้ เราพยายามทำทุกอย่างเพื่อเรียกสติพลให้กลับมา แต่ไม่ได้ผล พลยังร้องไห้กำหมัดต่อยพื้นอยู่เช่นนั้น จนกำปั้นแตกเลือดไหลซึม สักครู่เหตุการณ์ใหญ่ ๆ จึงจบลง ฉันรอจนพลได้สติกลับคืนมาแล้วถามเขาว่า "เกิดอะไรขึ้น พลเห็นอะไรเหรอ" พลเล่าว่า พลเห็นวัวตัวหนึ่ง จำได้ว่าเป็นวัวที่เขาเคยเลี้ยงไว้อยู่ที่บ้านชื่อนางแดง แต่ในมโนภาพนั้นเขาเห็นว่านางแดงพูดได้ นางแดงพูดกับเขาว่า ต่อยอีกสิต่อยอีกสิ

"แล้วพลก็ต่อยอย่างนั้นเหรอ" ฉันถาม

พลบอกว่า "พลไม่อยากจะต่อยแต่ว่าบังคับตัวเองไม่ได้"

ฉันเลยถามว่า "ได้ยินเสียงที่พวกพี่เรียกมั้ย"

พลบอกว่า "ได้ยินแต่ทำอะไรไม่ได้เลย"

ฉันจึงถามพลไปว่า "พลเคยทำอะไรกับนางแดงไว้หรือเปล่า"

พลสาำรภาพว่า เขาเคยทะเลาะกับพ่อและโมโหฉุนเฉียวมาก แต่ไม่รู้จะไประบายอารมณ์กับใคร เห็นนางแดงถูกล่ามอยู่ใต้ถุนบ้าน จึงปรี่เข้าไปหานางแดงแล้วต่อยที่ท้องมันจนหายโมโห ตอนนั้นพลไม่รู้เลยว่านางแดงกำลังตั้งท้องอยู่ หลังจากนั้นไม่กี่วันนางแดงก็แท้งลูก พลหลับตาเมื่อเล่าจบ สภาพอิดโรยมาก ฉันกับเพื่อนจึงไม่ถามอะไรต่อ ช่วยกันพยุงพลลงจากศาลาไปพักผ่อนที่เรือนนอน เขาบ่นว่าปวดหัว ฉันจึงวานให้เพื่อนไปเอายามาให้ พลกินยาเสร็จก็หลับตานิ่งเหมือนหลับ ฉันกับรุ่นพี่มองดูพลด้วยความกังวลใจ ลองเขย่าแขนพลดู แต่ปรากฏว่าพลไม่ยอมตื่น เขากลับเข้าไปอยู่ในสมาธิอีกครั้ง ปลุกยังไงก็นอนนิ่ง เพื่อน ๆ ของพลในเรือนนอนประมาณ 70 กว่าคนช่วยกันเรียกก็ไม่ยอมตื่น พวกฉันไม่รู้จะทำอย่างไร จึงช่วยกันอุ้มพลกลับไปบนศาลาอีกครั้งหนึ่งปรากฏว่าพอถึงศาลา พลก็เกิดอาการเช่นเดิมอีก คือร้องไห้ชกต่อยพื้นไม่ยอมหยุด พวกฉันปรึกษากันแล้วจึงตัดสินใจช่วยกันสวดแผ่เมตตาให้แก่วัวตัวนั้นแทนพล หลังจากนั้นไม่นานพลจึงกลับสู่ภาวะปกติ คืนนั้นพวกฉันต้องผลัดกันนอนเฝ้าพลกันอยู่บนศาลานั้นตลอดทั้งคืนกลัวก็กลัว ห่วงน้องก็ห่วง พี่เลี้ยงก็มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น ดีที่ยังมีน้องผู้ชายมีน้ำใจขึ้นมานอนเป็นเพื่อน ทำให้อุ่นใจขึ้นมาหน่อย

วันรุ่งขึ้น พวกฉันแนะนำให้พลทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่นางแดงและลูกของมัน "แล้ววันนี้น่ะพลไม่ต้องนั่งสมาธิแล้วนะ พวกพี่ ๆ เหนื่อยแล้ว" ฉันกระเช้า "ไม่เอาแล้วครับพี่ผมเข็ดแล้ว" พลว่า หว่าช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาทีละสายตาจากเขา น้องคนหนึ่งก็รีบมาสะกิดบอกว่า "พี่ครับ พลมันเข้าสมาธิอีกแล้ว" ฉันหันไปเห็นพลตกใจแทบจะเป็นลม ฉันรีบเข้าไปสะกิดเรียก แต่เขากลับนั่งนิ่งเหมือนคนหลับ อาจารย์เดินมาบอกว่า "ปล่อยเขาเถอะเขาอาจจะเพลียตั้งแต่เมือคืนก็ได้" ไม่ทันขาดคำ เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คราวนี้พลไม่ได้ต่อยพื้น แต่เขาสะดุ้งเกร็งไปทั้งตัวแล้วร้องอย่างเจ็บปวด เขาล้มลงกับพื้น หัวทิ่มลงจรดขาหลังพับเหมือนมีใครจับตัวเขาหักกลาง เหงื่อไหลท่วมตัว ฉันและน้อง ๆ ถลันเข้าไปช่วยกันจับตัวเขาไว้ให้ยืดขึ้น แต่พวกเราสิบกว่าคนสู้แรงพลไม่ได้เลย พลร้องครวญครางโหยหวน ได้ยินแล้วฉันแทบจะร้องไห้ เสียงร้องบอกให้รู้ว่าน้องเขาคงจะทรมานมาก เพื่อนของฉันรีบนำพระมาห้อยคอพลไว้ พวกเราช่วยกันเอาผ้าชุบน้ำเข็ดตัวให้ พลเกร็งแล้วก็หาย แล้วก็เกร็งอีก สลับกันหลายรอบ จนกระทั่งเวลาเกือบบ่ายสามโมง ขณะที่พลนอนอยู่ จู่ ๆ เขาก็ลุกพรวดขึ้นมาคุกเข่าและกราบลงพื้น 3 ครั้ง เล่นเอาฉันกับคนแถวนั้นแถบช็อคแล้วพลก็ล้มตัวลงไปนอนอีกครั้ง เมื่อพลตื่นขึ้นมาในสภาพปกติ เขาเล่าให้เราฟังว่า ในมโนภาพ เขาเห็นเงาดำ ๆ ใหญ่โต มายืนอยู่ตรงหน้า เงานั้นมีหัวเป็นไก่และพูดได้ด้วย เข้ามายกตัวเขาขึ้นแล้วหักตัวเขาอย่างแรง แล้วก็ถามพลว่า "ยังจำได้มั้ย ทำอะไรเอาไว้ ต่อไปจะทำอีกมั้ย" พลร้องตอบว่า "ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ ผมกลัวแล้ว" แต่เงานั้นก็ยังจับตัวพลหักกลางอยู่อย่างนั้น ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ยอมหยุดจนกระทั่งพลรู้สึกว่มีแสงสีทองปรากฏอยู่ข้าง ๆ ตัวนั่นแหละ พลถึงรู้สึกตัว "ผมลุกขึ้นมากราบท่าน แล้วจากนั้นผมก็ไม่รู้สึกตัวอีก่เลย" ฉันได้ยินเช่นั้นก็คิดว่า "ท่าน" คงเป็นพระที่เราคล้องคอให้พลนั้นเอง ฉันถามพลตรง ๆ ว่า่ พลเคยไปก่อเวรกรรมอะไรที่ไหนไว้อีก "ผมเคยจับไก่ที่ผมเลี้ยงไว้หักคอ มันตายคามือผม มันตายอย่างทุรนทุรายมากครรับ" พลสารภาพเป็นครั้งที่สองด้วยแววตาเศร้า หลังจากนั้นเขาก็ซึมและเงียบไม่ยอมพูดคุยกับใคร อย่างดีที่สุดก็ถามคำตอบคำ ที่ฉันรู้สึกสงสารพลจับใจ คือช่วงเวลาอาหารเย็นวันนั้น แม่ครัวทำข้าวมันไก่ เมื่อพลเห็นอาการก็เดินออกจากโรงอาหารทันที ฉันจึงต้องไปขอร้องให้แม่ครัวช่วยทำอาหารอื่นให้พลแทน หลังจากที่กลับจากการอบรมครั้งนั้น ฉันก็มีโอกาสเจอกับพลอีกหลายต่อหลายครั้ง อดคิดไม่ได้ว่าเราคงมีกรรมทำร่วมกันมาบ้างกระมัง ถึงทำให้ฉันได้มาร่วมเห็นชะตากรรมของเขา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ได้พบเห็นกลับกลายเป็นประโยชน์กับตัวฉันและพี่เลี้ยงทุกคนที่เดินทางไปในครั้งนั้นอย่างยิ่ง

เรื่องราวของพลกลายเป็นเรื่องเล่าขานให้กับรุ่นต่อไป พวกเรามักหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเล่าให้ฟังเป็นอุทาหรณ์กับคนอื่น ๆ เสมอ เพื่อให้เห็นว่ากรรมนั้นมีจริง และมันจะย้อนกลับมาหาตัวผู้กระทำแน่นอน ขึ้นอยู่ว่าจะช้าหรือจะเร็วเท่านั้น และ "กรรม" ไม่ว่าดีหรือชั่วที่เราทุกคนได้ทำ ในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต จะติดตามเราทุกฝีก้าวเหมือนกับ "เงา" ที่ติดตามเราไปทุกหนแห่ง เหมือนอย่าง "เงากรรม" ที่ตามพลมาจนเจอนั่นเอง!

iFandKo

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547