Make your own free website on Tripod.com

 บทเรียนของสมหวัง

"หวังเอ๊ย...ปล่อยมันไปเถอะลูก" หญิงชราวัยหกสิบ ตะโกนร้องบอกลูกชายจากบนบ้านไม้ใต้ถุนสูง "ทำไมล่ะแม่" เสียงบ่งบอกอารมณ์ไม่พอใจสวนขึ้นมา "ฉันเสียเวลาเป็นเดือน กว่าจะได้ตัวมัน จะให้ปล่อยเสียง่าย ๆ รึ อย่าพูดเสียให้ยาก ฮึ่ม!" เขาคำรามอยู่ในคอ ในขณะที่พยายามรวบมือทั้งสองข้างของอีกฝ่ายหนึ่งไว้ด้วยมือซ้ายของเขา และยกขาข้างหนึ่งเหยียบลำตัวที่รวบไว้กับพื้น ส่วนมือขวายื่นไปคว้าเชือกขนาดเท่านิ้วก้อยดึงมามัดมือที่รวบไว้ เขาออกแรงรัดเสียแน่น ก่อนลากมันไปมัดลำตัวไว้กับเสาเรือน อีกฝ่ายพยายามดิ้นต่อสู้เพื่ออิสรภาพของตนสุดชีวิต "โอ๊ย! ไอ้เวร" สมหวังร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกคมเขี้ยว "เสือกกัดกูจนได้ เดี๋ยวเถอะมึง กูเอาตายแน่ วันนี้อย่าคิดว่าจะรอดไปได้ อยากตายเร็ว เดี๋ยวเถอะจะได้ตายสมใจแน่" "ลูกเอ๊ย! คิดว่าเอาบุญเถอะนะ ปล่อยมันเถอะ ทำร้ายมันน่ะบาปนะลูก" ยายแม้นตะโกนบอกลูกชาย "บาปอะไรละแม่ ก็มันทำผมก่อน บุญผมก็ไม่เอากับมันหรอก ผมจะจัดการให้หายแค้น" ยายแม้นรู้ทันทีว่าคงพูดยาก แกรู้ว่าสมหวังลูกชายคนเดียวของแกเป็นคนเอาแต่ใจตนเอง เรื่องนี้จะโทษใครไม่ได้ เป็นความผิดของตัวแกเองแท้ ๆ ที่ตามใจและไม่เคยขัดใจลูกเลย ด้วยความสงสารว่าลูกกำพร้าพ่อตั้งแต่อายุได้ 2 ขวบ แต่เรื่องนี้ยายแม้นคิดว่าไม่ควรปล่อยให้ลูกทำตามใจตนเองอีก หญิงชราคิดในใจ ถ้าจะห้ามันตอนนี้ก็คงไม่ได้ผล ค่อยพูดกันตอนหัวค่ำเมื่อกินข้าวกินปลาเสร็จแล้วดีกว่า แกจึงเฉยเสีย "แม่ ผมเข้าสวนนะ จะไปดูเงาะสักหน่อย ว่าอีกกี่วันจะเก็บได้" "แล้วอย่าให้ค่ำนะลูก วันนี้สายใจก็จะกลับแล้ว" "เอาาล่ะ เอ็งอยู่ใต้ถุงนี่แหละ ถ้าคิดหาทางหนีไปได้ก็เป็นบุญของเอ็ง แต่ถ้าหนีไม่รอดข้าจะกลับมาจัดการเอ็ง" ว่าแล้วเขาก็เดินออกจากใต้ถุนบ้านเพื่อไปยังสวนผลไม้ซึ่งห่างจากบ้านประมาณห้าร้อยเมตร ยายแม้นรู้สึกเหนื่อยอกเหนื่อยใจกับลูกชายคนเดียวของแก จึงได้แต่ถอนหายใจ แต่นึกถึงลูกสะใภ้ที่จะกลับบ้านเย็นนี้แล้วก็มีความหวัง บางทีสายใจอาจจะช่วยพูดกับสมหวังได้ สามคืนมาแล้วที่สายใจขอกลับไปนอนค้างบ้านเดิมที่อีกหมู่บ้านหนึ่ง ห่างจากบ้านแกไปประมาณสามกิโลเมตร ช่วงนี้สายใจแพ้ท้องจนซีดเซียว หล่อนเพิ่งตั้งท้องได้สามเดือน จึงอยากจะกลับไปอยู่ใกล้ ๆ แม่ ยายแม้นเข้าใจดีเพราะตัวเองก็เคยแพ้ท้องมาก่อน ในยามนี่ผู้หญิงแทบทุกคนจะคิดถึงบ้านและแม่ของตน แกจึงอนุญาตให้ลูกสะใภ้ได้กลับบ้านตนเองโดยไม่อิดออด บ่ายมากแล้ว ยายแม้คิดว่าจะเข้าครัวหุงข้าวและเตรียมทำกับข้าวสักสองอย่างไว้รอลูกชายและลูกสะใภ้ ไม่อยากให้สายใจต้องมาเหนื่อยหุงข้าวอีก "แม่...ทำอะไรเหรอ หนูกลับมาแล้ว" "แม่สาย กลับมาแล้วหรือลูก เป็นยังไงบ้างล่ะ" "สบายขึ้นจ๊ะแม่ นี่แม่หุงข้าวแล้วเหรอ หนูกะว่าจะกลับมาหุงข้าวเอง แม่คงเหนื่อยซินะที่หนูไม่อยู่" "ก็ไม่เหนื่อยหรอกลูก แม่ยังทำไหว นี่แม่ทำต้มส้มปลาช่อนไว้ให้เจ้านะสาย คนแพ้ท้องชดน้ำแกงเปรี้ยว ๆ จะได้คล่องคอหน่อย เอ้า...เสร็จพอดีเลยค่ำนี้จะได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันเสียที ประเดี๋ยวพ่อหวังคงกลับแล้ว" "พี่หวังไปไหนล่ะแม่" "มันเข้าสวน จะไปดูว่าอีกกี่วันถึงจะเก็บเงาะขายได้ เดี๋ยวแม่จะไปอาบน้ำหน่อยนะ" หลังจากกินข้าวกินปลาเสร็จแล้ว ยายแม้นสังเกดดูลูกชายและลูกสะใภ้เห็นทั้งสองคนสดชื่นดี สายใจนั้นดูอิ่มเอิบไม่ซีดเซียวเหมือนเมื่อวันก่อน แกนึกชมตัวเองที่คิดถูก อนุญาตให้ลูกสะใภ้ได้กลับบ้านตนเองบ้าง เมื่อหันไปดูหน้าลูกชายก็เห็นเขาอารมณ์ดี กินอิ่มแล้วก็นั่งพิงฝาสูบบุหรี่สบายใจ แกจึงตัดสินใจพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า "หวังเอ๊ย! ไม่เห็นแก่แม่ก็เห็นแก่เมียเจ้านะลูก สายใจกำลังท้องกำลังไส้ ปล่อยมันไปเสีย ไปฆ่าแกงมัน คนโบราณเขาว่ามันจะใช้ชาตินะลูก" "ไอ้ตัวนี้หรือใช้ชาติ นี่แม่เอาที่ไหนมาพูด ผมไม่เชื่อหรอก" "เชื่อแม่เถอะลูก แม่ฟังเรื่องแบบนี้มานานแล้ว เชื่อไว้ก็ไม่เสียหายหรอก" "แม่คิดดูซิมันเบียดเบียนผม ตั้งแต่เงาะพอเริ่มมีเมล์ดมันก็เก็บทิ้งเสียหายต้นแล้วต้นเล่า ที่เหลือแทบจะไม่พอค่าปุ๋ยที่ลงทุนไป กว่าจะจับมันได้ผมเสียเวลาเป็นเดือนที่คอยซุ่มดัก พอจับได้แม่จะให้ผลปล่อยมันไปง่าย ๆ มันก็กลับมาเบียดเบียนผมอีกน่ะซี" "เชื่อแม่เถอะพี่หวัง ทำตามที่แม่บอกเถอะ" สายใจหันมาพูดกับสามีด้วยเสียงอ้อนวอน "นะจ๊ะ คิดว่าเห็นแก่ลูกในท้องของเรา" สายใจย้ำ "เออ!...ก็ได้ก็ได้ พี่จะคิดดูก่อนแล้วกันว่าจะทำยังไง..." ยายแม้นถอนใจโล่งอก เสียงสนับสนุนของสายใจทำให้สมหวังอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด "แม่ ผมเข้านอนก่อนนะ พรุ่งนี้จะได้เข้าสวนแต่เช้้า สายใจด้วย รีบเข้านอนเสีย พักผ่อนมาก ๆ จะได้แข็งแรง อาทิตย์หน้าจะได้ช่วยพี่เก็บเงาะขาย"

หกเดือนต่อมา... ขณะที่นอนหลับและฝันเรื่องราวต่าง ๆ มากมายจนจับต้นชนปลายไม่ถูกยายแม้นก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงสายใจที่ร้องกรีดด้วยความเจ็บปวด แกคิดได้ว่าสายใจท้องแก่ คงจะถึงเวลาคลอด หญิงสาวท้องแรกก็เป็นอย่างนี้แหละคงตกใจและกลัว แกรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปดูที่ห้องลูกชาย เห็นสายใจลุกขึ้นนั่ง เอามือโอบท้องร้องกรีดอยู่ สมหวังนั่งอยู่ข้าง ๆ ทำอะไรไม่ถูก แกจึงบอกลูกชายว่า "รีบไปตามยายเขียนมาสิ ยายเขียนจะได้ช่วยดูว่าจะคลอดเมื่อไหร่ เดี๋ยวแม่จะเข้าครัวต้มน้ำร้อนเตรียมไว้" "พี่ไปเร็ว ๆ นะ ฉันกลัว โอ๊ย...เจ็บอีกแล้ว เจ็บจริง ๆ นะแม่" "อดทนไว้ลูก อดทนไว้ เจ็บกันแบบนี้ทุกคนล่ะลูก เดี๋ยวยายเขียนมาทุกอย่างมันก็ดีขึ้น" "ยายเขียนคนเดียวจะเอาไหวหรือแม่ ดูสายเขาเจ็บมากนะ ท่าทางไม่ดีจะพาสายไปอนามัยดีไหมแม่" "หวังเอ๊ย ยายเขียนถึงแกจะเป็นหมอตำแย แต่แกก็เคยไปอบรมมาจากอนามัยนะ ทางการเขาก็เชื่อมือแก คนในหมู่บ้านเราคลอดกับแกทั้งนั้นไม่เห็นใครเขาต้องไปอนามัยกันเลย นี่แม่สายก็เจ็บท้องมากแล้ว ไปอนามัยระยะทางอีกเกือบยี่สิบโลมันไกลไม่ใช่เล่นนะลูก" ยายเขียนหมอตำแยในหมู่บ้านมาถึง ก็ออกปากว่าสายใจน่าจะคลอดอย่างช้าภายในค่ำนั้น แต่ทว่าสายใจเจ็บท้องอยู่สามวันเต็ม ๆ ก็ยังไม่คลอด ยายเขียนได้แต่นั่งนับวันอย่างเป็นห่วง จนล่วงเข้าวันที่สี่ "วันนี้วันเสาร์แล้วซินะ" แกรำพึงอยู่ในใจ เช้าก็แล้ว เที่ยงก็แล้ว นี่เย็นจะค่ำแล้ว สายใจก็ยังไม่มีท่าว่าจะคลอด ได้แต่ร้องไห้เสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดจนแทบจะหมดเรี่ยวแรง สมหวังเมื่อเห็นเมียเจ็บมากขนาดนั้นก็แทบจะอยู่บนบ้านไม่ติด ได้แต่วิ่งขึ้นวิ่งลงไปนั่งอยู่ใต้ถุงบ้านบ้างขึ้นบนบ้านบ้าง ยายแม้นเองก็ทำอะไรไม่ถูกปากพร่ำบ่นถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเท่าที่แกจะคิดได้ และบนบานไปเรื่อย ๆ ขอถวายหัวหมู บายศรี เหล้ายาปลาปิ้ง และอื่น ๆ อีกมากมายเสียจนแทบจะแก้บนกันไม่ถูก ส่วนยายเขียนเองก็ได้แต่ส่ายหน้ากับตัวเองและคิดในใจว่า ตั้งแต่เป็นหมอตำแยมาเกือบสามสิบปี ก็เพิ่งจะพบว่าคราวนี้แหละที่คนไข้ของแกเจ็บท้องมาราธอนขนาดนี้ แกคิดว่าถ้าจนถึงเช้า สายใจยังไม่คลอดอีก เห็นทีจะต้องรับสารภาพกับยายแม้นล่ะว่าแกจนปัญญาจะรับมือไหวแล้ว ให้คิดอ่านทำอย่างอื่นต่อไปดีกว่า เวลาล่วงเลยไปจนประมาณห้านาฬิกาของวันใหม่ หลังจากงีบหลับกันไปเพราะความเพลีย ทุกคนก็ต้องตกใจตื่นอีกครั้ง "โอ๊ย!! ปวดอีกแล้ว ปวดจนทนไม่ไหวแล้ว" สายใจกรีดร้อง ยายเขียนเข้าไปประคองสายใจแล้วตรวจดูอีกครั้ง คราวนี้แกร้องด้วยความดีใจว่า "แม่แม้น รีบไปต้มน้ำร้อนเร็ว ๆ เถอะ คราวนี้คลอดแน่แล้ว เอ็งออกไปไอ้หวัง อย่ามาเกะกะ ข้าไม่เรียกไม่ต้องเข้ามา เอ้้า! เบ่งเข้าแม่สาย เบ่งเข้า เด็กเกือบออกแล้ว" ยายแม้นต้นน้ำจนเดือดแล้วเดือดอีก และคอยให้ยายเขียนเรียกอย่างใจจดใจจ่อ ส่วนสมหวังเดินไปเดินมาระหว่างครัวที่แม่นั่งอยู่กับหน้าห้องที่เมียกำลังจะคลอด เสียงสายใจร้องครวญครางดังสลับกับเสียงยายเขียนร้องบอกให้สายใจพยายามเบ่ง จนพระอาทิตย์กำลังขึ้นจากขอบฟ้า ทุกคนจึงได้ยินเสียงเด็กร้อง แว้! แว้! ตามด้วยเสียงยายเขียนตะโกนออกมาว่า "ผู้ชายจ๊ะ ยายแม้นเข้ามาเถอะ" ยายแม้นรีบยกอ่างน้ำร้อนเข้าไปในห้องด้วยหัวใจลิงโลดที่จะได้เห็นหน้าหลานย่า แต่พอเข้าไปในห้องเท่านั้น หัวใจแกก็แทบจะหยุดเต้น พูดอะไรไม่ออก ได้แต่อุทานอยู่ในอกว่า "โธ่! หลานย่า" แกเข่า่อ่อน หรุดนั่งลงทันที รู้สึกสงสารลูกสะใภ้วูบขึ้นมาจับหัวใจ เมื่อสายใจถามขึ้น "แม่ ลูกหนูเป็นยังไงบ้าง" ยายแม้นก็รีบพยายามทำเสียงออกมาให้เป็นปกติที่สุด "ไม่เป็นยังไงหรอกลูก หนูพักผ่อนก่อนนะ" เมื่อยายเขียนจัดการทุกอย่างเรียบร้อย แกก็หันมาบอกยายแม้นว่า "ฉันกลับบ้านก่อนนะพี่แม้น แล้วจะค่อยมาใหม่ ฉันทิ้งบ้านมาสี่วันแล้ว" ยายแม้นได้แต่พยักหน้า เพราะหมดแรงจะพูด ทั้งสองคนได้แต่ดูตากันด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทันทีที่ยายเขียนก้าวออกประตูไป สมหวังซึ่งรออยู่หน้าห้องพูดขึ้นว่า "ฉันเข้าไปดูลูกนะยาย" "ฮื่อ" ยายเขียนบอกแล้วรีบเดินลงบันไดไปโดยไม่หันหลังกลับมาอีกเลย เมื่อเข้าไปในห้อง สมหวังรีบมองไปยังเบาะที่วางอยู่ปลายเท้าภรรยาทันที แล้วเขาก็ยืนตัวแข็งด้วยความตกใจ เขาแทบจะไม่เชื่อสายตา เด็กทารกที่มีขนรุงรังทั้งตัว กระโหลกเป็นโหนกคล้ายลิงนั่นน่ะหรือคือลูกของเขา และทันทีเขาเหลือบสายตามองไปที่มือทั้ง 2 ของเด็ก "คุณพระช่วย!" สมหวังผงะ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อหกเดือนก่อนขึ้นมาวูบ เหตุการณ์ที่เขาจับลิงตัวผู้ตัวหนึ่ง ไอ้ลิงชั่วที่มาทำลายสวนผลไม้ของเขาหลังจากที่แม่และเมียขอร้องว่าให้ไว้ชีวิตมัน สมหวังครุ่นคิดลังเลอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจปล่อยมันไป แต่ก่อนปล่อยไป เขาคิดจะสั่งสอนและป้องกันไม่ให้มันมาเก็บผลไม้ของเขาอีก ด้วยการตัดนิ้วมือทิ้งหมดทั้ง 2 ข้าง เสียงร้องของมันเมื่อคมมีสับนิ้วทรมานไม่แพ้เสียงหวีดร้องของสายใจตลอดสามสี่คืนนี้เลย สมหวังเขาอ่อน น้ำตารินไหล มองดูนิ้วมือกุดด้วนทั้งสองมือของทารกบนเบาะอย่างปราศจากความสงสัย! บนเรียนที่เขาตั้งใจจะ "สั่งสอน" มัน วันนี้ย้อนกลับมาเป็นบทเรียน "สั่งสอน" ตัวเขาอย่างเจ็บปวดที่สุด สั่งสอนให้เขารู้ว่า "กรรมมีจริง!"

iFandKo

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547