Make your own free website on Tripod.com

อยู่ตรงกลางอย่างสมดุล
หาหัวใจให้เจอก็มีสุขฉันใด ทำชีวิตให้สมดุล ไม่ทุกข์เกินไป ไม่สุขจนเกินเหตุ อยู่บนความพอดี นั่นก็สุขเหมือนกันแถมเป็นสุขระยะยาวเสียด้วย "สุขอย่างมั่นคง" ไม่หล่นหายได้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน

มองหาความสุขให้ชีวิต เพราะชีวิตที่หลุดพ้นวัยเรียนแล้วจะหาความสุขได้ยากขึ้นทุกวัน เคยมีคนบอกไว้ว่า ชีวิตที่มีความสุขที่สุดคือ ชีวิตวัยเรียน จงรีบตักตวงไว้ให้มากที่สุด เพราะเมื่อผ่านมาแล้วก็จะผ่านไป จะขอโดราเอมอน นั่งไทม์แมชชีนย้อนไปสุขเหมือนตอนเด็ก ๆ อีกไม่ได้ อย่าเอาแต่ทำงานอย่างเดียว ออกไปนอกหน้าต่าง หาผืนดินไว้ทำสวนบ้าง ทำกับข้าวบ้าง ทำความสะอาดบ้านบ้าง (ถ้าทำแล้วมีความสุข) ฟังเพลง ดูหนังบ้าง อย่าจำกัดตัวเองไว้กับเรื่องงานเพียงอย่างเดียว

หาเวลาออกกำลังกายด้วย คนที่มัวแต่ทำงานเพียงอย่างเดียว ไม่ยกน้ำหนัก วิ่งหรือเดิน ขยับตัวเองเสียบ้าง จะทำให้ร่างกายอ่อนแอลงทุกวัน ทำงานมีประสิทธิภาพน้อยลงโดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นหากอยากมีชีวิตที่สมดุลก็ต้องฝึก ฝืน (ในตอนต้น) บอกตัวเองให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพื่อใคร ก็เพื่อตัวของเราเองนี่แหละ

ผ่อนชีวิตที่ยุ่งเหยิงเสียบ้าง เพื่อนบางคนอาจจะบอกว่า การไปกินเหล้า ตกปลา เป็นการผ่อนคลาย แต่ถ้ามันไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับเรา ก็ต้องกล้าปฏิเสธิและหาทางออกที่เหมาะที่สุดทำให้ชีวิตสมดุลที่สุด

มีชีวิตที่มีคุณภาพ คุณภาพชีวิตที่ดีนั้นต้องคำนึงถึงหลายอย่าง เอามาเรียงกันเป็นข้อ ๆ เห็นทีจะไม่มีวันจบ มีบางข้อยกตัวอย่างให้ตรวจสอบกันตามนี้ สังเกตจากกำหนดการทำงานว่าเสร็จเมื่อใด หากงานที่เราทำมักจะเลยเส้นตายที่กำหนดทุกที ให้เวลามากกว่าที่คิดไว้ทุกครั้ง น้อยครั้งมากที่จะทำงานเสร็จตรงหรือเสร็จก่อนเวลา เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เราควรเผื่อเวลาไว้เสมอ เผื่อไว้เกินกว่าวันที่คาดว่าจะทำสำเร็จลุล่วง เพื่อที่เราจะได้เป็นคนผิดเวลาน้อยที่สุด เสียคำพูดน้อยที่สุด

มีชีวิตอยู่แบบพอตัว ไม่ทำอะไรเกินตัว เพราะการที่เลือกทำอะไรเกินตัว ถึงตอนสุดท้ายเราอาจจะไม่เหลืออะไร หรือตกม้าตายตอนจบ เป็นท่าจบที่ไม่สวย ไม่งดงามเท่าไร อย่าดำรงชีวิตในแบบฉบับที่หรูเลิศจนเกินตัว ถ้าเรารู้ว่าไม่สามารถมีพอที่จะจ่ายได้ เพราะสุดท้ายเราอาจจะต้องแลกความสะดวกสบาย ด้วยสิ่งที่เราไม่ต้องการจะแลก หรือมีค่ามากกว่านั้น

อย่าขนงานกลับมาทำที่บ้าน (แต่ถ้าเป็นนักเรียนก็ขนการบ้านกลับมาทำได้ ไม่แปลก) เพราะงานก็คืองาน บรรยากาศที่จะทำงานได้ดีและมีประสิทธิผลมากที่สุดก็คือ "ที่ทำงาน" หากเราขนกลับมาทำที่บ้าน อาจจะทำได้ไม่เต็มที่ มีความเครียดเข้าครอบงำด้วย เพราะว่าหน้าที่ที่บ้านก็มีมากมายอยู่แล้ว ยังต้องพะวงกับงานที่ขนกลับมาอีกด้วย

หาเวลาว่างให้กับตัวเอง นั่งสมาธิ คุยกับตัวเอง วางแผน จัดระบบให้ตัวเอง สำรวจตัวเองสิว่าเรามีปัญหาอะไรที่ต้องจัดการแก้ไขบ้างไหม อะไรที่พอแก้ได้ก็แก้ไป อะไรที่คิดว่า ยังแก้ไขไม่ได้ในระยะเวลาอันสั้นกระชั้นชิด ก็ต้องบอกตัวเองเหมือนกันว่า "ปล่อยให้มันผ่านไปบ้าง" ยังมีข้อแนะนำบางอย่างที่จะช่วยให้ชีวิตเรามีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โปรดติดตามต่อ

ดื่นน้ำบ่อย ๆ เมื่อดื่มน้ำบ่อย ๆ ร่างกายจะสดใสขึ้น กระชุ่มกระซวยเปล่งปลั่ง ฉะนั้นจึงควรพกขวดน้ำไปด้วย

เข้าสังคม ชวนเพื่อนที่ทำงานไปออกกำลังกาย ซาวน่า เล่นยิมให้ร่างกายได้ผ่อนคลายบ้าง ไม่ขังตัวเองไว้ในห้องสี่เหลี่ยมเอาแต่ทำงานอย่างเดียว ไอเดียดี ๆ ใหม่ ๆ มักจะเกิดขึ้นนอกห้องสี่เหลี่ยม ที่เราคุ้นเคยจนเกินไปเสมอ

อาบน้ำอุ่น น้ำอุ่นจะทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ทำให้เราสงบและมีความกดดันน้อยลง อาบน้ำนาน ๆ ในบางวันก็จะทำให้ร่างกายได้คุยกับตัวเอง ได้ดูแลตัวเองเต็มที แต่ไม่ใช่อาบน้ำนานทุกวัน สมาชิกในบ้านอาจจะค้อนเอาได้

ออกกำลังกายเล็ก ๆ น้อย ๆ เสมอเมื่อมีโอกาส เพราะทุกวันนี้คนทำงาน คนเมือง มีโอกาสได้ออกกำลังกายน้อยมาก เพราะฉะนั้นมีโอกาสเมื่อไร ไม่ว่าจะเป็นการขยับแข้งขยับขานิดหน่อย เดินขึ้นบันไดโดยไม่อาศัยลิฟต์บ้าง มันก็จะช่วยให้เรามีร่างกายที่กระฉับกระเฉงแข้งแรงยิ่งขึ้น การช่วยเหลือตัวเองก่อนที่จะอาศัยเครื่องทุ่นแรง (หากพอมีเวลา) นับเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด

อาสาช่วยงานคนอื่นบ้าง เพราะมันจะทำให้เรารู้สึกดีมีค่าและมีความมั่นใจในตัวเอง เคารพตัวเองมากยิ่งขึ้น หากคนมีความเคารพตัวเอง เห็นคุณค่าของตัวเองที่มีต่อคนอื่นแล้ว ชีวิตจะมีความสุขมากยิ่งขึ้น

หัดหายใจให้ถูกวิธี สูดลมหายใจให้เต็มปอด มันจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายที่สัมพันธ์กัน ทำให้รู้สึกดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่นั่งหลังงอ หลังขด เพราะจะทำให้เสียบุคลิกภาพ

เรื่องเล็ก ๆ ธรรมดา บางทีเราอาจมองไม่มีความหมายแต่ถ้าทั้งหมดรวมกันเข้า มันก็จะทำให้เราเป็นคนมีบุคลิกภาพ ดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ยิ้มให้บ่อยเท่าที่จะทำได้ การยิ้มทำให้เรามีความตึงเครียดน้อยลง ยิ่งกว่านั้นยังทำให้คนรอบข้างของเรามีความตึงเครียดน้อยลงตามไปด้วย