Make your own free website on Tripod.com

ประวัติถ้ำบัวตอง

เดิมทีเมื่อโบราณกาลนานมาแล้วบ้านเมืองเกิดศึกใหญ่หลวงในแคว้นล้านนาตอนบน เมืองแตกเจ้าเมืองผู้ครองแคว้นถูกข้าศึกฆ่าตายพวกเสนาอำมาตย์ ได้พาครอบครัวของเจ้าเมืองหนีมาหลบซ่อนอยู่ในถ้ำแห่งนี้ อำมาตย์ผู้นำชื่อ ขุนผาดำ ธิดาของเจ้าเมืองมีสององค์ด้วยกัน ผู้พี่ชื่อ บัวแก้ว ผู้น้องชื่อ บัวตอง และชาวเมืองติดตามมาก็อาศัยอยู่ตามบริเวณใกล้ ๆ ถ้ำ ทำมาหากิน ทำไร่ ทำสวน ตามบริเวณหลังถ้ำ เพื่อเป็นสะเบียงอาหารเป็นเวลานาน จนนางทั้งสองและขุนผาดำเสียชีวิต ชาวบ้านก็ได้อพยพกันไปอยู่ที่อื่นกันหมด ถ้ำนี้จึงเรียกขานเป็นตำนานว่า ถ้ำบังตอง เพราะบัวตองเสียชีวิตในถ้ำนี้ ตำน้ำที่ผุดออกใต้ถ้ำโดยเทพดาได้บันดาลให้น้ำผุดเป็นสระเล็ก ๆ ให้เป็นที่อาบน้ำของนางสองพี่น้องสถานที่นี้จึงเรียกว่า บวกบัวตอง (สระบัวตอง) ถ้ำเล็กที่อยู่ปากถ้ำใหญ่เป็นโรงครัวของนางทั้งองเดี๋ยวนี้เรียกว่า ถ้ำแม่ครัว ส่วนโรงช้างอยู่ทางตะวันตกเรียกว่า ถ้ำงวง และนางได้สร้างวัดไว้ใกล้กับโรงช้าง ปัจจุบันนี้เรียกว่า วัดห่างบวกตอง (หรือวัดบัวตอง) ยังมีซากอิญ หินปูนเป็นหลักฐานอยู่ สมบัติที่นางนำติดตัวมามีมากมายสองพี่น้อง ได้เอาทองคำเป็นรูปลิงขนาดใหญ่สองตัว ให้นางผู้พี่นำตัวใหญ่ไปฝังไว้ใต้ต้นชมพู่ป่าใกล้หนองใหญ่ ปัจจุบันนี้ชาวบ้านเรียกว่า หนองปลิงหลวง ผู้น้องเอารูปปลิง ไปไว้ใต้ต้นชมพู่ที่หนองน้อย ปัจจุบันนี้ชาวบ้านเรียกว่า หนองปลิงน้อย ส่วนอำมาตย์ได้สร้างบ้านพักอยู่ข้างดอยลูกหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของถ้ำ ปัจจุบันนี้เรียกว่าดอยผาดำ หนองปลิงทั้งสองแห่งนี้เมื่อก่อนป่าไม้ยังไม่ถูกทำลายมีตาน้ำผุดออกใต้ต้นชมพู่ป่าเป็นน้ำพุอย่างแรง เดือนขึ้น 15 ค่ำ หรือ แรม 15 ค่ำ ชาวบ้านไปเที่ยวป่ามักจะเห็นปลิงทองคำออกมาว่ายเล่นกันตัวขนาดใหญ่มาก ถ้าเห็นคนเดินไปใกล้ปลิงก็จะรีบมุดดำเข้ารูใต้น้ำแล้วหายไป วันดีคืนดี ถ้าฝนจะตกหนักน้ำจะท่วมใหญ่ชาวบ้านในตำบลแม่หอพระและตำบลใกล้เคียงจะได้ยินเสียงครวญครางคำรามดังกระหึ่ม สะเทือน เลื่อนลั่น เป็นระยะ ๆ เป็นสัญญาณเตือนภัยว่าน้ำจะนองท่วมบ้านเรือนไร่นา มันก็เป็นจริงทุกครั้ง เมื่อมีเสียงสัญญาณเตือนภัยชายบ้านเรียกว่า หนองปลิงคราง หนองทั้งสองแห่งนี้น้ำจะอุดมสมบูรณ์มาก เวลานี้ป่าถูกทำลายน้ำในหนองเหลือน้อยมาก บางปีแห้งขอดไปเลยและยังมีบึงน้ำขนาดใหญ่เป็นโคลนเหลวลึกพวกสัตว์ป่าจะเดินมาตกตาย เช่น ช้างป่า แรด กวาง เก้ง หมูป่า ก็จะถูกบึงดูดหายไปเลย วันหนึ่งนางบัวแก้ว บัวตองและอำมาตย์ผาดำไปเที่ยวในบึงเพื่อชมนกชมไม้เก็บผักและดอกไม้ป่า ไต่ขอนไม้เข้าไปดูบึง นางบัวแก้วเหนียยบขอนไม้พลาด มือคว้าได้ต้นหวาย แต่ต้นหวายทานน้ำหนักไม่ไหว หวายเลยขาดร่างของนางบัวแก้วเลยตกลงไปในบึงดูด และถูกดูดจมหายไปต่อหน้าต่อตาบังตองและอำมาตย์ ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือนางไว้ได้ บึงนี้จึงเรียกว่า โล๊ะหวายชาด ปัจจุบันนี้ชาวบ้านเรียกเพี้ยนไปว่า โล๊ะป่าหวายฝาด บึงนี้อยู่ด้านเหนือของถนนสายเชียงใหม่-พร้าว ใกล้ ๆ กับสำนักงาน อ.อ.ป. ยังมีอีกบริเวณหนึ่งเป็นกำแพงหินล้อมรอบ ชาวบ้านเรียกว่า เวียงผา เมื่อก่อนเป็นอุทยานหรือสวนอุทยานของสองพี่น้องบัวแก้วบัวตอง เทพยดาได้บันดาลให้แม่พระธรณีเปิดช่องธารน้ำใต้ดินจากเขาหกลูกที่อยู่ทิเศตะวันออกคือ ผาสามเส้าสามลูก ผาดงไม้ฮ่าง ผาด้วยบง ผาผึ้ง ไหลมาโผล่เป็นตาน้ำไหลเป็นน้ำตกหินปูน เพื่อให้สองพี่น้อง บัวแก้ว บัวตอง ได้มีน้ำตกไว้เล่น อยู่ติดกับสวนอุทยานเวียงผา ให้ปู่แกงเป็นผู้ดูแลอุทานและน้ำตกต่อมาห้วยนี้ชาวบ้านเรียกติดปากว่า น้ำตกห้วยปู่แกงหรือปูแกง เวียงผาเป็นกำแพงอยุ่ด้านหลังสำนักงานและบ้านพักปัจจุบันนี้ ส่วนดอกไม้อยู่ตรงลานจอดรถ ส่วนตาน้ำที่ผุดเป็นต้นน้ำให้กุมฑ์เป็นผู้ดูแลไม่ให้ใครเข้าไปใกล้ กลัวน้ำจะสกปรก บริเวณนี้ชาวบ้านเรียกว่า หนองผีฮ้าย (ผีดุ) เพราะกุมถัณฑ์ดุมาก ปัจจุบันตั้งชื่อใหม่เป็น น้ำพุเจ็ดสี และอุทยานน้ำตกบัวตอง นางทั้งสองได้สร้างวัวไว้ใกล้ ๆ กับน้ำพุ และอุทาน ชาวบ้านเรียกว่า วัดห่างสันม่อนธาตุจนทุกวันนี้ ส่วนนางทั้งสองโปรดปราน สุนัข หรือหมามาก ได้เลี้ยงไว้หลายตัวอยู่มาวันหนึ่ง สุนับจ่าฝูงเกิดเป็นโรคสุนัขบ้า อาละวาดกัดสุนัขบริวาร สร้างความตกใจให้นางทั้งสอง จึงสั่งให้คนเลี้ยงจับไปฆ่าแล้วฝังให้ห่างไกลจากบริเวณอุทยาน ไปทางทิศใต้ใกล้ลำห้วยแห่งหนึ่ง ห้วยนี้จึงได้เรียกว่า ห้วยหมาบ้า จนทุกวันนี้จึงเกิดเป็นตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาในอดีตกาลถึงปัจจุบันนี้ก็มีด้วยประการฉะนี้แล

เรียบเรียงโดยพ่อหลวงอ้าย ยืนยงค์ ประธานชมรมผู้สูงอายุ ตำบลแม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม

แก้มป่อง-หมูอ้วน พิมพ์ถวายเป็นธรรมทาน