Make your own free website on Tripod.com

พูดอย่างมีคุณภาพ

"เนื้อหาเป็นเรื่องสำคัญแต่บุคลิกภาพ ความเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อมั่งในสิ่งที่เราจะพูดย่อมเป็นเรื่องสำคัญกว่า คนเราเมื่อได้ทำในสิ่งที่ตัวเองจัดเจนแล้วรู้จริงมันจะทำให้มีความมั่นใจและทำได้ดี"

การพูดในที่ชุมชน เป็นหัวข้อที่น่าสนใจมากทีเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็นใคร ในชีวิตหนึ่งต้องได้มีโอกาสพูดให้คนฟัง จะเป็นพูดให้คนกลุ่มน้อยฟัง หรือพูดให้คนกลุ่มมากฟัง เรื่่องสำคัญที่สุดที่ต้องมีคือความมั่นใจ เนื้อหาเป็นเรื่องสำคัญ แต่บคลิกภาพ ความเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อมั่นในสิ่งที่เราจะพูดย่อมเป็นเรื่องสำคัญกว่า เรื่องการพูดนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวมาก เราจะดูน่าเชื่อถือหรือไม่ก็อยู่ที่คำพูดและท่าทาง ความมั่นอกมั่นใจของเรานี่เอง เริ่มเห็นความสำคัญของการพูดแล้ว เราขยับมาเรียนรู้ศิลปะในการพูดแบบง่าย ๆ กันดีกว่า หากต้องยืนอยู่หน้าคนเยอะ ๆ หรือว่าแค่ 2-3 คนก็อาจจะทำให้สั่น ปากสั่น มือสั่น และสั่นเลยเถอิดไปถึงใจเลยทีเดียว พวกเขากำลังฟังเราอยู่ แถมสองตายังจ้องเราเขม็ง ทำอย่งไรดีถึงจะพูดได้ดีที่สุด สื่อสารเรื่องราวออกไปอย่างได้เรื่อง ได้ประเด็นที่สุด ลองดูข้อแนะนำต่อไปนี้แล้วนำไปประยุกต์ให้เหมาะกับตัวเอง เราอาจกลายเป็นนักพูดต่อหน้าคนที่ประสบความสำเร็จได้ ไม่ใช่เรื่องยาก

ทำใจใหสบาย อย่าไปเกร็ง ผ่อนคลาย คนส่วนใหญ่นักพูดหน้าใหม่จะเครียด ประหม่า และการประหม่านี่แหละที่ทำให้เราพูดได้ไม่คล่องไม่ดีอย่างที่ใจคิด เจ้าใจดวงเท่ากำปั้นเมื่อมันเต้นตูมตาม ก็ทำให้เราตื่นตระหนก ทำอะไรผิดเพี้ยนไป วางไม้วางมือไม่ถูก พูดไม่ออก และลืมเนื้อหาที่จะพูดเสียดื้อ ๆ เพราะฉะนั้นจำไว้ว่า การพูดต่อหน้าคนไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เป็นเรื่องธรรมดาเหมือนเราต้องเดินเข้าไปขอค่าขนมแม่ ขอค่าอุปกรณ์การศึกษา บางครั้งเราก็ต้องอธิบายว่าเรามีความจำเ็ป็นต้องใช้อย่างไร เหมือนต้องอธิบายเรื่องราวบางอย่างให้เพื่อน ให้คนใกล้ชิดเข้าใจมันก็ต้องอาศัยเหตุผลประกอบการอธิบาย เราไม่ได้กำลังทำเรื่องเย็นอะไร แต่กำลังทำเรื่องง่ายที่สุดต่างหาก อย่าตระหนกมองให้เป็นเรื่องธรรมดาและทำให้เป็นเรื่องง่ายที่สุด ครั้งแรกอาจจะยากหน่อยแต่ถ้าเราฝึกและทำบ่อย ๆ ลองพูดที่หน้ากระจกก่อนก็ได้ แล้วเราจะทำได้ดีขึ้นแน่ รับรอง

ทำการบ้านมาอย่างดี หากเราจะพูดเรื่องยาก ๆ แต่ไม่ได้ทำการบ้านเลย ท่านผู้ฟังที่นั่งมองเราตาแป๋ว ๆ นั่นแหละ อาจยิงคำถามคำเดียว เราตกม้าตายไปในบัดดลเลยก็เป็นได้ ที่จริงแล้วอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรางง เอ๋อ เด๋อ ประหม่า ก็คือการที่เราไม่รู้ว่าจะพูดอะไร หรือรู้แต่รู้ไม่ทะลุปรุโปร่ง รู้แบบครั้ง ๆ กลาง ๆ กุญแจสำคัญของการประสบความสำเร็จในการพูดอีกอย่างหนึ่ง แถมเป็นกุญแจดอกสำคัญด้วยก็คือเราต้องรู้จักเรื่องราว และศึกษาเรื่องที่จะพูดให้แจ่มชัดลองคาดการณ์ไว้ก่อนก็ได้ว่าผู้ฟัง จะมีคำถามอะไรบ้างและศึกษาให้เรียบร้อย แค่นี้เราได้มีความมั่นใจแล้ว แต่ถ้าหากบังเอิญเป็นที่สุด เราเจอคำถามที่ตอบไม่ได้ ให้ความกระจ่างหรือให้ข้อมูลผู้ถามไม่ได้ไม่แน่ใจ สิ่งที่ต้องทำคือ ่"อย่ามั่ว" เพราะถ้ามั่วแล้วผิดละก็เสียคนทันที ทางออกที่ดีที่สุดคือ รับไปตรง ๆ ว่าเราก็ยังไม่มั่นใจในประเด็นนี้สักเท่าไร ขอเวลาศึกษาเพิ่มเติมแล้วจะตอบให้ภายหลัง ขออีเมล์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือว่าเบอร์โทรศัพท์มาเพื่อจะได้ให้คำตอบที่ถูกต้องในภายหลัง

รู้จักผู้ฟังของเรา การรู้จักพื้นฐานของผู้ฟังจะช่วยเราได้มาก การเรียนรู้ผู้ฟังเข้าทำนอง "รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง" หากเราคุยกับเด็กหรือวัยรุ่นก็ต้องหาประเด็นที่ทันสมัย เด็กฟังแล้วสนใจ อยากรู้ มีมุขที่ทำให้เด็กรู้สึกว่าเขากำลังฟังเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ หากเราคุยหรือพูดให้ผู้บริหารฟัง ก็ต้องเรียนรู้ว่ากลุ่มผู้ฟังต้องการฟังอะไรและพูดให้เขาสนใจ พูดแบบวัยรุ่นขาโจ๋ในหมู่คุณลุงคุณป้า อาจจะทำให้คุณลุงคุณป้าเบื่อและสั่นหัวได้ พูดแบบเคร่งเครียด มีแต่วิชาการในหมู่วัยรุ่น อาจจะมีคุณหนูนอนหลับปุ๋ย ซึ่งแปลว่าหลับสบายดี ต่อหน้าต่อตาเราไปเลยก็ได้

รู้จักสถานที่ที่เราจะพูด เป็นห้องใหญ่ ห้องเล็ก ร้อนหรือไม่ร้อน มีเสียงรบกวนหรือเปล่า แอร์เสียงดังไหม ระบบเสียง ระบบไฟเป็นอย่างไร คนที่จะมาฟังเรานั่่งแน่นหรือว่าหลวมเกินไปหรือเปล่า ทำอย่างไรจะทำให้คนที่มาฟังเรารู้สึกสบายที่สุด เพราะถ้าบรรยากาศรอบตัวสบายแล้ว ผู้ฟังก็จะมีสมาธิ เพราะถ้าบรรยากาศรอบตัวสบายแล้ว ผู้ฟังก็จะมีสมาธิ และเมื่อมีสมาธิเขาก็จะมีแก้ใจรับฟังเราอย่างดี ไม่ไขว้เขวไปทางอื่น เมื่อจุดสนใจเขาอยู่ที่เราและเราพูดได้ดี เขาก็จะเข้าใจดีมากยิ่งขึ้น

เราต้องเชื่อมั่นว่าทำได้ อย่างที่บอกมาแล้วว่า "ผู้พูด" ต้องมีความรู้สนสิ่งที่จะพูด เมื่อรู้แล้วต้องมั่นใจในข้อมูลที่เรามีอยู่ด้วย หากไม่มั่นใจและคิดว่าเราด้อย อาจจะทำไม่ได้ดี ไขว้เขว และเป็นไปในแบบที่เราคิด คือพูดได้ไม่ดีอย่างที่กล้วไปเองจริง ๆ เพราะฉะนั้นอย่าทำลายความมั่นใจตัวเองตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้น มั่นใจและเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและสมบูรณ์

ยิ่งฝีกมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำได้ดีมากขึ้นเท่านั้น อย่างที่บอกมาแล้วว่าฝึกง่ายที่สุดก็คือฝึกหน้ากระจก แต่ฝักหน้ากระจกนั้น เราเห็นตัวเองอยู่คนเดียว วิเคราะห์วิจารณ์ตัวเอง อาจจะไม่ได้ภาพสะท้อนที่ชัดเจนและชัดจริง ฉะนั้น ต้องหาหนูทดลอง หากมีงานใหญ่งานช้างรออยู่ อาจจะขอร้องเพื่อนให้มาเป็นหนูทดลองฟังเราก่อนสักตั้ง และให้เขาวิจารณ์อย่างตรงไหตรงมา ยิ่งฝึกหลายครั้ง มันจะช่วยให้เข้าใจในเนื้อหาที่จะพูดมากขึ้น และผิดหลาดน้อยลงบวกด้วยความกล้าที่จะมาโดยไม่รู้ตัว คนเราเมื่อได้ทำในสิ่งที่ตัวเองจัดเจนและรู้จริง จะทำให้มีความมั่นใจและทำได้ดี

ให้ความสำคัญกับเนื้อหา เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ถึงเวลาคนฟังอยู่ข้างหน้าหน้าที่ของเราจะต้องพูดและทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าคนฟังจะเป็นคนกลุ่มไหน ให้อุปมาว่าเขาเป็น "เพื่อน" เรากำลังพูดให้เพื่อนฟังช้า ๆ ชัด ๆ ไม่มีใครรีบเร่งให้พูด ต้องเสียงดังฟังชัด ไม่มัวแต่อ้อมแอ้ม อ้อแอ้ เหมือนขึ้นนั่งบนที่นั่งคนขับแล้ว ต้องเข้าเกียร์และเหยียบคันเร่งเดินหน้าไป Get on gear... Go ahead