Make your own free website on Tripod.com

ชีวิตที่ต้องเปลี่ยนแปลงทุกวัน

"ไม่ต้องทำตัวให้ทันสมัย และไม่ต้องกลัวที่จะล้าสมัยในบางที แต่การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จะทำให้เราเติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่าและมีคุณภาพ"

ชีวิตต้องการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ถึงแม้จะคิดว่าตัวเองหยุดนิ่ง แต่ก็ยังต้องเปลี่ยนแปลง คนที่หยุดนิ่งคือคนที่ใกล้ตายหรือตายไปแล้ว เรามาเรียนรู้วิธีการเปลี่ยนแปลงแบบง่าย ๆ กันดีกว่า

เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกวัน โลกนี้เป็นโลกของการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา ไม่จำเป็นต้องทำตัวให้ทันสมัย และไม่ต้องกลัวที่จะล้าสมัยในบางที แต่การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มันจะทำให้เราเติบโตขึ้นอย่างมีคุณค่าและีมีคุณภาพ ประเด็นก็คือ เราต้องเติบโตขึ้นทุกวัน วันนี้ดีอยู่แล้ว แต่พรุ่งนี้ยังคงต้องมีอะไรขยับไปข้างหน้าบ้าง นี่แหละ "ชีวิต" ที่แท้จริง

วิเคราะห์ตัวเอง ตรวจสอบตัวเอง ไม่ใช่ต้องเด่นดัง เก๋ ผอม สูง เพรียว เปรี้ยวเหมือนใคร แต่วิเคราะห์ว่าตัวเองยืนอยู่ที่ไหน กำลังจะเดินไปทางไหนและทำอะไรมาบ้างแล้ว เพื่อจะไปให้ถึงฝัน เดินหลงทางหรือเปล่า ต้องแก้ไขอะไรบ้างไหม วางแผนระยะสั้นแล้วยังต้องมีแผนระยะยาว แผนระยะสั้นต้องส่งเสริมแผนระยะยาว ประเมินบ่อย ๆ จะทำให้เราไม่เดินออกนอกกรอบไปไกล และเดินเข้ากรอบได้ทันท่วงที เมื่อเรารู้สึกวิเคราะห์ตัวเอง วิเคราะห์สถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่แล้ว ก็จะทำให้เราเข้าใกล้จุดสำเร็จของชีวิตได้ง่ายและเร็วขึ้นกว่าเดิม

วางแผนให้กับชีวิตแล้วเดินไปตามลำดับขั้น อย่าได้คิดข้ามขั้น เมื่อไรคิดข้ามขั้นเร็วเกินไปมันจะทำให้เราไปไม่ถึงปลายทาง เพราะเราจะกลายเป็นคนที่มีรากฐานที่ไม่มั่นคง งานแต่ละชิ้นต้องมีขั้นตอน และมีหลายขั้นตอนเหลือเกินกว่าจะเดินไปถึงปลายทางหากมีกำหนดเวลาตัวเองได้อย่างชัดเจน ก็จะไม่เดินผิดพลาดหลงทางเสียเวลาบ่อย

เดินทางท่องเที่ยวไปพบไปเจอสิ่งรอบตัวใหม่ ๆ บ้าง อย่าจมปลักอยู่อยู่กับที่ ปิดหู ปิดตา ไม่ไปเรียนรู้โลกภายนอก บางคนอาจอ้างว่าเราเรียนรู้จากหนังสือก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องขวนขวายด้วยตัวเอง ความจริงไม่ใช่มนุษย์เรามีดวงตาสองคู่เหมือนกันก็จริงอยู่ แต่เราไม่ได้มองเหมือนกันทุกคู่ เพราะฉะนั้นจงเชื่อสายตาตัวเองและเดินทางเพื่อที่จะได้เรียนรู้ด้วยตัวของเราเอง เดินทางไปในที่ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยไป เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เชื่อมั่นอย่างหนึ่งว่าประสบการณ์บางอย่างนั้นไม่สามารถฟังจากคำบอกเล่าได้ต้องไปเรียนรู้ ไปพิสูจน์ให้ได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัสด้วยตัวของเราเอง

รู้จักกระจายงาน กระจายความรับผิดชอบ การกระจายความรับผิดชอบนั้น ไม่ใช่การโยนงานโดยไม่มีความรับผิดชอบ แต่เราต้องปลูกและสร้างคนรุ่นใหม่มาให้นั่งแทนที่เรา เพื่อที่เราจะได้เติบโตขึ้นไปและไม่เหนื่อย ธรรมชาติของมนุษย์นั้นต้องการได้รับความรักและความไว้วางใจ หากเราปล่อยและให้ความไว้วางใจกับผู้ร่วมงาน เขาจะทำให้เราได้ดีกว่า ที่มีเราคอยประกบดู

กล้้าเสี่ยง ไม่มีความเสี่ยงก็ไม่มีความสำเร็จ คนที่จะประสงความสำเร็จได้นั้นต้องกล้าได้กล้าเสีย ต้องมีการประมวล คำนวณ และทำอย่างดีที่สุด แต่หากทำอย่างดีที่สุดแล้วยังไม่ประสบผลนั้นก็ขอให้กลับไปเริ่มต้นใหม่ เรื่องสำคัญที่สุดก็คือ "อย่ายอมแพ้" โดยเด็ดขาด

มีพรรคพวก มีเครือข่าย ไม่มีใครประสบความสำเร็จอยู่ในสังคมได้ด้วยตัวเองเพียงลำพัง หากเรามีความสามารถ แต่ขาดคนให้โอกาส คนมีความสามารถก็ไม่มีโอกาสได้แสดงความสามารถ เพราะฉะนั้นเรื่องของคนที่มีความกับเรื่องเครือข่ายพรรคพวกนั้นจะมาคู่กันอย่างขาดอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้เลย ฉะนั้นในโลกของความเป็นจริงเราจำเป็นต้องเจอผู้คนหลากหลาย มีหน้าที่แตกต่างกันไป จึงต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจเขาที่สำคัญต้องให้ถึงความเป็นตัวตนที่แท้จริงด้วย

เสวนาสมาคมกับคนอื่นเขาด้วย อย่างที่บอกไปแล้ว เราจะอยู่ไปแบบปิดประตูเงียบไม่สนใจใครไม่ได้ ต้องมีการจัดงานปาร์ตี้ เพื่อที่จะได้อยู่และทำกิจกรรมร่วมกัน พูดคุยกัน หาคนที่พูดภาษาเดียวกันรู้เรื่อง เผื่อบางทีอาจจะเอื้ออาทร ช่วยเหลือกันในยามจำเป็น

ขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ขอแรงบันดาลใจจากคนใกล้ชิด เพื่อนนับเป็นคนที่สำคัญมากที่สุดสำหรับเรา แต่ต้องเป็นเพื่อนที่ดี ที่รักและหวังดีต่อเรา ไม่ว่าเราจะดื้อรั้นหรืองอแงแค่ไหนก็ตาม เพื่อนพันธุ์เดียวกันจะช่วยกันประสาน เป็นกระจกเงาให้เราได้เป็นอย่างดี การรวมหัวกันคิด ร่วมกันตัดสินใจ ปรึกษาหารือกันจะำให้เราค้นพบทางออกของปัญหา หรือเรื่องที่จะจัดการข้างหน้าได้ดีกว่าการทำอะไรคนเดียว หาเพื่อนที่ไว้ใจได้ และเดินร่วมทางความคิด สนับสนุนเราทุกก้าวย่างอย่างมั่นคง

อ่านหนังสือและรับฟังข่าวสารให้มากขึ้น อย่าเชื่อทันทีแต่จงวิเคราะห์ ยิ่งเราอ่านมากแค่ไหน ก็จะยิ่งสมาร์ตมากเท่านั้น หนังสือหลากเล่มต่างก็เสนอไอเดีย แนะแนวความคิดหรือชี้นำในมุมที่แตกต่างกันไป หากเราอ่านแล้วคิดตาม ไม่เชื่ออย่างกะทันหันแบบไม่ลืมหูลืมตา เราจะได้ฝึกคิดอีกด้วย เมื่อเราไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ เราก็จะถูกทำร้ายหรือถูกสื่อขี้นำน้อยลง อยู่ในโลกใบนี้อย่างปลอดภัยและสงบ เหนือไปกว่านั้น ยิ่งไปกว่านี้ การที่เราเลือกอ่านหนังสือ หลายแนวจะทำให้เรามองโลกได้หลายมุม อ่านวิทยาศาสตร์ก็จะได้รับมุมคิดแบบมีเหตุผล อ่านประวัติศาสตร์ก็มีประโยชน์ในอีกมุมหนึ่ง อ่านวัฒนธรรมก็จะสอนให้เรารู้ถึงที่มาที่ไปของการดำรงชีวิตคนที่แตกต่างกันไป อ่านหนังสือธุรกิจทำให้เราเข้าใจตลาดและโลกการค้ามากยิ่งขึ้น อ่านนิยาย นิทาน ไม่ว่าแนวไหนอย่างไร มันสอนเราให้ได้คิดและมองกว้างขึ้นทั้งนั้น เพราะฉะนั้นการอ่านหนังสือเป็นการเปิดโลกจินตนาการที่กว้างใหญ่และมีประโยชน์แบบไร้ขีดจำกัด มาอ่านหนังสือกันเถิด หากใครอ่านหนังสือมาก มองโลกกว้างแล้วนึกสนุกอยากลองเขียนหนังสือดูบ้างก็ยิ่งดีใหญ่ เพราะการเขียนหนังสือหรือการสอนต่อเป็นวิธีหนึ่งของเราเน้นย้ำวิชาความรู้หรือเรื่องราวที่เราได้ศึกษามาให้แน่นนมากยิ่งขึ้น