Make your own free website on Tripod.com

ทุกข์กับสิ่งที่ไม่มีเป็นการทำลายสิ่งที่มีอยู่ในมือ

"อย่าปล่อยให้ชีวิตเหือดแห้ง และผ่านไปอย่างสูญเปล่า โดยที่ไม่ได้ชื่นชมกับสิ่งที่มีอยู่"

เมื่อกล่าวถึงความสุขสำหรับชีวิต ผมคิดว่า มันมีความหมายมายหลายรูปแบบแล้วแต่ว่าใครจะ Define ว่าอย่างไรแต่ที่แน่ ๆ นักคิด นักเขียน นักปราชญ์ รวมถึงคำสอนของพระศาสดา มักพูดถึงความสุขว่าเกิดจากการชื่นชมกับสิ่งที่มีอยู่ คือไม่ต้องเที่ยวแสวงหาจากที่ไกลตัวเลย มันอยู่ในมือเพื่อน ๆ นั่นแหละ แบออกมาก็เจอแล้ว เดล คาร์เนลกี้ บอกว่า "เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสียนี่กระไร ที่คนเรามักไม่ใช้ชีวิตให้อยู่กับปัจจุบัน เที่ยวฝันค้างไปไกลถึงกุหลาบในสวนมหัสจรรย์แทนที่จะชื่นชมหฤหรรษ์กับดอกกุหลาบต้นเล็กริมหน้าต่าง" เดล คาร์เนลกี้ เค้าบอกไว้อย่างนี้หมายความว่า ไอ้เจ้าดอกกุหลาบที่สวยงานหน้าบ้านนั่นน่ะ ชื่นชมมันได้ก็ชื่นชมมันซะทำไมเที่ยวหาแต่กุหลาบที่ไกลลิบซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เชยชม ท่านอาจารย์พุทธทาส พระนักปฏิบัติ แห่งสวนโมกขผลารามก็สอนไว้ว่า ความสุขมีอยู่ที่นี่ และเดี๋ยวนี้ Here and now! ไม่ต้องหาที่ไหนไกลเลย ที่นี่และเดี๋ยวนี้นั่นแหละ ก็ทำให้มันมีซะที่นี่ และเดี๋ยวนี้เลยสิ มีใครบางคนบอกว่า "สิ่งที่เยี่ยมที่สุดของชีวิต คือหยุดแสวงหาความสุขชั่วคราวก่อน ก็แค่ทำตัวให้มีความสุข "เดี๋ยวนี้" เท่านั้น" บางทีเราไม่ได้สนใจหรือละเลยกับสิ่งที่เรามีอยู่ในมือแล้วสุดท้ายมันก็หายไป ก็เลยไม่ได้ชื่นชมมันเลย ที่ชัดเจนกว่านั้นคือ ข้อคิดของใครก็ไม่รู้เขียนไว้ว่า "การเป็นทุกข์กับสิ่งที่ไม่มี เป็นการทำลายสิ่งที่เพื่อน ๆ มีอยู่ การพอใจในสิ่งที่มีอยู่ ย่อมสร้างความสุขใจกว่าสิ่งที่ยังไม่มี ดังนั้น จงพอใจในสิ่งที่มีอยู" สรุปได้เดี๋ยวนี้เลยว่า ชีวิตที่วิ่งไลไขว่คว้าและโหยหาจนเกินไป โดยมิได้สนใจและชื่นชมกับสิ่งที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการไม่รู้จักคุณค่าของสิ่งที่มี การไม่ได้หาประโยชน์จากสิ่งของ หรือโอกาสที่มีอยู่ไม่ได้สนใจเสียงลมพัด ใบไม้ไหว กลิ่นหอมของดอกแก้วหน้าบ้าน เสียงนกกางเขนร้องตอนตีห้า จะทำให้ชีวิตเหือดแห้ง ทุรนทุราย คล้ายดั่ง่ปลาดิ้นกระแด่ว ๆ เกยตื้นบนหาด ที่แม้จะมีน้ำซัดสาดตลอดเวลา ดังนั้นอย่าปล่อยให้ชีวิตของเพื่อน ๆ ต้องเหือดแห้งและผ่านไปอย่างสูญเปล่า โดยที่ไม่ได้ชื่นชมกับสิ่งที่เพื่อน ๆ มีอยู่เลยนะ