Make your own free website on Tripod.com

ไม่มีผู้แพ้ มีแต่ผู้ชนะ

"โลกนี้จะน่าอยู่เมื่อมีแต่ความเห็นใจ ช่วยเหลือและเกื้อกูล"

ทฤษฏีของการอยู่รอดในโลกของชีวิตบอกไว้ว่า ผู้ชนะคือผู้แข็งแรงที่สุด ผู้ที่แข็งแรงจะเอาตัวรอดได้ ผู้ที่อ่อนแอ ย่อมเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแรงกว่า เป็นการกล่าวถึงการอยู่รอดในสังคม ผู้ที่อ่อนแอกว่า มักจะถูกผู้ที่แข็งแรงกว่ากลืนกิน ผู้ที่มีอำนาจเหนือ มักจะครอบงำผู้ที่อ่อนแอ แม้ทฤษฏีนี้เป็นการพูดถึงกฏของธรรมชาติก็จริงอยู่ แม้ "ความเป็นจริง" จะเป็นเช่นนั้น แต่ผมกลับมีความคิดในอีกแง่มุมหนึ่งคือสำหรับ "ความคิด ทัศนคติ" ของเรานั้นไม่จำเป็นต้องเป็นดังว่า ชีวิตเมื่ออยู่ในสังคมโลก จะต้องมีความสัมพันธ์ ต้องเกื้อหนุนกัน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม แนวทางในการอยู่ร่วมกันอย่งปกติสุข ควรจะเป็นแนวทางที่ได้ทั้งคู่ไม่ควรมีผู้แพ้ ควรมีแต่ผู้ชนะไม่เอาเปรียบกันนั่นคือ win win กันทั้งคู่ แบบนี้ถือว่าเป็นสิ่งสูงสุดสำหรับชีวิตเลยละ ทุกคนมีแต่ได้ และไม่มีเสีย เป็นแนวทางในการประนีประนอมผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย เป็ฯการเกื้อหนุนจุนเจือกันและทำให้สังคมน่าอยู่ คือโตไปด้วยกันก้าวไปด้วยกัน เราจึงไม่จำเป็นต้องชนะโดยที่ต้องมีคนแพ้ การชนะที่ดีที่สุดคือการชนะได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเหยียบบ่าใครเพื่อให้ปีนได้สูงกว่า ชนะโดยที่ไม่มีผู้แพ้ จะเป็นการชนะที่สุดยอด พยายามคิดและมีทัศนคติในแง่มุมที่ว่าชีวิตทุกชีวิต มีความสัมพันธ์ที่ต้องเอื้อหนุนกันดังนั้นขอให้ชนะบนลู่ของการแข่งขันที่ก้าวไปด้วยกันจะดีกว่า ไม่มีผู้แพ้ มีแต่ผู้ชนะจูงมือกันไป ช่วยเหลือกันไปไม่มีการห้ำหั่นโดยใช้อำนาจของความแข็งแรงกว่าไม่ทำให้ผู้อ่อแอสยบราบคาบ ดังนั้นเมื่อเพื่อน ๆ อยู่ในฐานะที่อ่อนแอกว่า ก็ต้องขวนขวายให้เท่าเทียมกับคนที่แข็งแรงกว่าให้รู้มากขึ้น ช่วยตนเองให้มากขึ้น เพื่อน ๆ ก็จะเท่ากับเขา แต่เมื่อเพื่อน ๆ อยู่ในฐานะที่แข็งแรงกว่า เพื่อน ๆ ก็ต้องช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่าช่วยให้เขาเท่าเทียมกับเพื่อน ๆ ชีวิตก็จะมีแต่แรงหนุนจากการกระทำของเพื่อน ๆ เอง ครอบครัวก็จะมีความสุข มีความเจริญก้าวหน้า รื่นรมย์และอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อหนุน สังคมก็จะอบอุ่น ปรองดองกัน เพราะว่า ไม่มีผู้แพ้ มีแต่ผู้ชนะ