Make your own free website on Tripod.com

จะมาก็มาคนเดียว จะไปก็ไปคนเดียวไม่เกี่ยวกัน

ธรรมชาติของชีวิตก็คือ เมื่อมีการพบก็มีการจาก เมื่อมีการจากก็ก่อเกิดเป็นความทุกข์ ทุกข์เพราะความอาลัย และอาวรณ์ ชีวิตที่เกิดมาเรื่องที่ต้องเสียใจเป็นปกติธรรมดา บางคนคิดได้ ทำใจได้ ก็จะกลับสู่ความเป็นปกติของชีวิตได้เร็ว คือไม่รู้สึกเศร้าเสียใจแต่บางคนทำใจไม่ได้ ก็ยังคงจมจ่อมกับความล้มเหลว นอนแอ้งแม้งอยู่อยู่อย่งนั้น ท่าไหนก็ท่านั้น ผมเห็นหลายคนที่ต้องสูญเสียคนที่รักไปตีอกชกตัว คร่ำครวญเสียใจในสิ่งที่พรากจาก หลายคนเปลี่ยนสภาพการดำรงชีวิต ไปในทางที่ทำลายตัวที่เคยดี เด่น ดัง และมีความสามารถกลับถดถอย ท้อแท้ ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ตกต่ำ ผมเข้าใจดีนะถึงความรู้สึกของการสูญเสีย และเข้าใจถึงความอาลัยอาวรณ์ ซึ่งคำว่าสูญเสียจากพรากในที่นี้ผมหมายถึง การเลิกรา การเสียชีวิต การพลัดพรากจากคนรัก หรือสิ่งอันเป็นที่รัก แต่ก็อยากจะแลกเปลี่ยนวิธีคิดของชีวิตอีกมุมมองกับเพื่อน ๆ ว่า จริง ๆ แล้ว ชีวิตนั้นเป็นเพียงการมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันเท่านั้น มิได้ผูกติดกันไปตลอดเวลาชั่วฟ้าดินสลาย นั่นหมายความว่า เมื่อสูญเสียไป ก็ไม่เห็นต้ตองผูกชีวิตติดไปกับเขาด้วยต่างคนต่างมีชีวิต ต่างคนต่างมีสิ่งที่ตนเองตต้องทำ ต่างคนต่างมีเหตุและผมของตนเองที่ทำในสิ่งต่าง ๆ ในความเป็นจริง ธรรมชาติของชีวิต แม้จะมีความสัมพันธ์กันทางกายและทางใจ แต่เราไม่ควรที่จะยึดติด ยึดมั่นไปตลอดกาล ทางกายนั้น เมื่อพรากกันแล้ว ก็แล้วกันไปแต่ในทางใจนั้น ย่อมมีความผูกพันกันเป็นธรรมดาแต่จะทำอย่างไรละ ถ้าไม่รู้จักที่จะตัดความอาลัยอาวรณ์หรือตัิดความเศร้าความยึดถือลง ให้ใจกลับคืนสู่ชีวิตปัจจุบันเพราะไม่เช่นนั้น ก็จะยังคงวนเวียนอยู่กับความทุกข์ควาทระทม และความทรมานใจ ตลอดเวลา ทางพุทธศาสนาสอนว่า "ชีวิต เปรียบง่าย ๆ เหมือนกับการเกิดมาในโลก เกิดมาก็มาคนเดียว จะไปก็ไปคนเดียว ความสัมพันธ์ของสิ่งทั้งหลาย ก็เพียงแค่มาพบปะทำหน้าที่เกี่ยวข้องกันก็เท่านั้น" เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ไม่เห็นต้องเป็นทุกข์ร้อนไม่ต้องผูกชีวิตติดไปกับคนที่จากไป เมื่อเจอก็ต้องจาก เมื่อพบก็ต้องมีพราก เป็นเรื่องธรรมดา ต่างคนต่างมีชีวิตที่ไม่เหมือนกัน เราเกิดมาเพื่อทำหน้าที่และมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันเท่านั้น ใช่ว่าผมจะไม่ให้คิดถึงเยื่อใย แต่หากเพื่อน ๆ ไม่ตัด เพื่อน ๆ ก็จะทุกข์ตลอดไป คิดให้ได้ว่าเมื่อมีจากไปเป็นการจากเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีสำหรับเราและเขา เขากำลังจะไปทำหน้าที่ของเขา หรือไปสู่กฏของธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเราก็ต้องทำหน้าที่ของเราต่อไป เราต้องเดินหน้าต่อไป ไม่ใช่มัวแต่จมอยู่กับความผูกพัน อาลัยอาวรณ์จนขาดสติ ไม่ต้องคร่ำครวญเสียใจไปหรอก ต้องทำใจให้ได้ว่า ชีวิตเกิดมาต้องไม่ึยึดติด ไม่ยึดติดกับสิ่งที่ได้จากไปแล้ว ควรปล่อยให้มันเป็นไปตามสภาพของความเป็นจริงจะดีกว่า เพราะชีวิตมีการจากเป็นธรรม อย่าคร่ำครวญเสียใจจนเกินธรรมดา