Make your own free website on Tripod.com

ชีวิตมีค่าเกินกว่าจะใส่ใจกับเรื่องไร้สาระ

"ไม่มีใครทำให้เรารู้สึกต่ำต้อยย่ำแย่ได้ หากเราไม่เห็นด้วยหรือไม่ยอมรัก"

บ่อยครั้งที่หวั่นไหวไปกับคำพูด หรือถูกความคิดของคนอื่นครอบงำบ่อยครั้งที่แคร์กับคำพูดของคนอื่น จนทำให้เป็นทุกข์ และไม่เป็นอันกินอันนอนเพราะใส่ใจกับคำพูดเพียงไม่กี่คำ ที่เข้ามากระทบหู แล้วแทงไปถึงใจ มีหลายคนที่แคร์คำพูด แคร์ความคิดของคนอื่น จนตัวเองอยู่ในสภาพ "ตกต่ำย้ำแย่" จริง ๆ แล้วคำพูดที่ออกจากปากไม่ได้มีอำนาจเหนือตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ถ้าเราไม่แคร์เสียอย่าง เพราะคำพูดนั้น อย่างเก่งก็เป็นแค่คำไม่กี่คำที่ถูกนำมาเรียบร้อยกันเป็นประโยค แต่ไอ้เจ้าประโยคที่ว่านี้มันจะมีความหมายก็เพราะเพื่อน ๆ ไปให้ความหมายกับมันเท่านั้นเอง เมื่อให้ความหมายไปในทางที่เป็นแง่ร้ายแง่ลบ ก็จะบั่นทอนจิตใจของเพื่อน ๆ เมื่อให้ความหมายกับมันไปในทางที่เป็นแง่ดีแง่บวก ก็จะช่วยให้เพื่อน ๆ มีพลัง มีกำลังใจ ตัวอย่งง่าย ๆ ของคำที่เหมือนกันแต่จัดเรียงไม่เหมือนกัน แล้วให้ความหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เช่น "เราทำได้" กับ "ทำเราได้" ความหมายต่างกันลิบลับเลย แต่ใช้คำสามคำเหมือนกัน เพียงสลับตำแหน่งวางกันเท่านั้น แล้วเพื่อน ๆ จะเลือกอะไร ถ้าไม่เลือกให้ความหมายไปในทางที่สร้างสรรค์ หรือสนับสนุนให้เพื่อน ๆ มีพลังในการดำรงชีวิต ทั้งการงาน ความรัก ครอบครัว แล้วตัวเราเอง ประโยคเด็ดของเอเลนอร์ ลูสเวต์ นักการทูตชาวอเมริกันบอกว่า "ไม่มีใครทำให้เรารู้สึกต่ำต้อย ย่ำแย่ได้ หากเราไม่เห็นด้วย หรือไม่ยอมรับ" "No one can make you feel inferior without your consent." เมื่อเพื่อน ๆ ไม่ยอมให้ความรู้สึกตกต่ำเข้ามาครอบงำมันก็จะไม่ครอบงำตัวเพื่อน ๆ ได้เพราะเพื่อน ๆ มีความเชื่อตนเอง นับถือตัวเอง และไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด ๆ ที่เข้ามากระทบเลย แต่หากเพื่อน ๆ ไม่เชื่อและไม่นับถือตนเอง เที่ยวผูกตัวเองกับคำวิจารณ์ของคนอื่นเท่ากับว่า ยอมรับสิ่งที่ทำให้เพื่อน ๆ "รู้สึกเล็กลง" อย่าลืมกฏธรรมชาติที่ว่า ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เหมือนกันเลย ไม่มีนกพิราบตัวไหนที่เหมือนกัน ไม่มีดอกทานตะวันดอกไหนที่เหมือนกัน ไม่มีเมล็ดข้าวเมล็ดไหนที่เหมือนกัน หรือแม้กระทั่งกระดาษแต่ละแผ่น ในสมุดบันทึกแสนสวยของเพื่อน ๆ ก็ไม่มีแผ่นไหนมีเหมือนกันหรอก...เชื่อผมสิ ผมเคยดูหนัง สารคดีที่เกี่ยวกับเรื่องการสืบสวนคดีฆาตกรรม เขาใช้วิธีพิสูจน์ DNA จากเส้นผม หรือชิ้นส่วนของร่างกาย ซึ่งเป็นเพียงชิ้นส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น ก็ยังสามารถพิสูจน์ว่าใครเป็นฆาตกรรมตัวจริง แสดงว่าทุกอณูของร่างกายของคนเรา สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นใคร และไม่มีความเหมือนกัน ดังนั้นชีวิตของเพื่อน ๆ ก็เช่นกัน ชีวิตของเพือ่น ๆ ไม่เหมือนใคร และก็ไม่มีใครในโลกนี้ที่เหมือนเพื่อน ๆ ชีวิตของใคร คนนั้นก็ย่อมมีลักษณ์เฉพาะตัว ไม่มีการเลียนแบบใคร และไม่ต้องเหมือนกัน ทุกคนที่ความเป็นอิสระของตัวเอง ทุกคนมีความสามารถของตนเองที่ไม่เหมือนใคร ทุกคนมีสิ่งที่พิเศษที่ไม่มีใครเหมือน ทุกคนเป็นตัวของตัวเองโดยธรรมชาติของมันอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะตองแคร์ความคิด หรือคำพูดของคนอื่นที่บั่นทอนเลยสักนิด เมื่อยอมรับกฏข้อนี้ได้ ก็ย่อมไม่มีการเปรียบเทีียบให้ช้ำใจ ไม่มีการแข่งขันชิงดีชิงเด่นให้เครียด ไม่มีการพยายามทำตัวให้เหมือนคนอื่น จนขาดความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งรังแต่จะทำให้เกิดความเหนี่ยวเฉาแห้งโหยในใจ แต่จงอยู่ในโลกแบบว่าให้โลกรู้ว่า "เพื่อน ๆ เป็นใคร" ดีกว่าเมื่อเพื่อน ๆ เป็นตัวของตัวเอง ชีวิตก็เป็นของเพื่อน ๆ ตลอดไป จะ "กำโลก" "กำชีวิต" ด้วยฝ่ามือของเพื่อน ๆ เพื่ออนาคตของเพื่อน ๆ เอง หรือจะยอมให้ใครมา "กำ" อนาคตของเพื่อน ๆ ไว้ในมือของเขาล่ะ