Make your own free website on Tripod.com

ดอกไม้กับนายกระจอก

์หากวันนั้นพีระตัดสินใจช้าเพียงเสี้ยววินาที วันนี้คงไม่มีว่าที่ ดร.ประฌมพร โภชนสมบูรณ์ นักกีฬาว่ายน้ำเหรียญทองมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลูกสาวของ พลเรือตรีประเวศน์ โภชนสมบูรณ์ อดีตเลขาธิการสมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทย เขาไม่ทราบหรือรู้มาก่อนว่าเธอคือใคร และไม่สนใจว่าเธอคนนั้นจะเป็นใคร ในขณะนั้นคิดเพียงอย่างเดียวช่วยเธอให้รอดพ้นจากการถูกเหยียบจมน้ำครำ และรอดตายจากอาการบาดเจ็บจนเลือดเต็มหน้าก็เพียงพอแล้ว ขณะนั้นเวลาประมาณสิบเอ็ดโมง พีระนั่งอ่านหนังสือระเบียบการลงทะเบียนเรียนต่อปี 2 อยู่ภายในรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้านข้างติดกับถนนงามวงศ์วาน ซึ่งเชื่อมระหว่างถนนพหลโยธินกับถนนวิภาวดีรังสิต จุดที่อดีตพระเอก จตุพล ภูอภิรมย์ เสียชีวิตระหว่างถนนกับมหาวิทยาลัยเป็นคลองน้ำครำยาวตลอดแนว เขาได้ยินเสียงรถเบรกแล้วดังโครมเหมือนคว่ำ เมื่อหันไปมองด้านนอก รถยังวิ่งสวนกันไปมาเหมือนไม่มีสิ่งผิดปกติ นอกจากฝุ่นคลุ้งและเสียงคนร้อง

ด้วยสัญชาตญาณชายหนุ่มวิ่งไปริมรั้วจึงเห็นว่ารถโดยสารสองแถวคว่ำตกคลองด้านนอกรั้ว ทุกคนกำลังตะเกียกตะกายหนีเอาตัวรอดจากการจมน้ำครำอันสกปรก ไม่มีใครสนใจใคร เขามองเห็นคนใส่เสื้อสีขาวกระโปรงน้ำเงินจมน้ำกลายเป็นสะพานให้คนเหยียบหนีออกมา แม้จะมีคนมุงดูจำนวนมากแต่ไม่มีใครกระโดดลงไปช่วย เพราะคลองลึกและสกปรก พีระตัดสินใจกระโดดข้ามรั้วซึ่งสูงสองเมตรออกมาด้านนอก ลงไปอุ้มคนที่มีเลือดเต็มหน้าและจมอยู่ในน้ำขึ้นมาโดยไม่นึกรังเกียจหรือกลัวสกปรกแต่อย่างใด เธอร้องไห้น้ำตาปนเลือดเขาพยายามร้องให้คนที่ยืนอยู่ด้านบนช่วยรับแต่ไม่มีใครรับเพราะร่างนั้นเต็มไปด้วยเลือดและโคลนสกปรกมาก เขาพยายามอุ้มเธอขึ้นจากคลองตะโกนเรียกรถให้หยุดรับก็ไม่มีใครจอด จึงตัดสินใจวิ่งไปกลางถนนยืนขวางแท็กซี่คันหนึ่งทั้งที่อุ้มเธออยู่ บอกให้ช่วยพาไปโรงพยาบาลภูมิพล ก่อนเดินทางมีรุ่นพี่เห็นเลยไปเป็นเพื่อนเพราะรู้ว่าพีระไม่ค่อยมีเงิน จะได้ช่วยเหลือหากจำเป็นต้องใช้เงินค่ารถและค่าโรงพยาบาล พอไปถึงห้องฉุกเฉินส่งเธอถึงมือหมอเรียบร้อย จึงโทรศัพท์แจ้งคุณแม่ของเธอซึ่งเป็นอาจารย์สอนอยู่โรงเรียนการอาชีพสาวภาเมื่อคุณแม่ของเธอมาถึง ชายหนุ่มก็เดินทางกลับมหาวิทยาลัยไปหารองเท้าและกระเป๋าเงินซึ่งหล่นหายขณะชุลมุน ในกระเป๋ามีเงิน 750 บาท เป็นเงินซึ่งไปรับจ้างยืนขายหนังสือช่วงปิดเทอมเพื่อลงทะเบียนเรียนต่อปี 2 แต่หาอย่างไรก็ไม่เจอ ทำให้มีปัญหามาก เนื่องจากฐานะทางบ้านที่จังหวัดเลยยากจน มีน้องอีกสี่คนกำลังเรียนเหมือนกัน ต้องหยิบยืมเพื่อนมาเป็นค่าลงทะเบียนแล้วทำงานพิเศษใช้คืนภายหลัง

พีระไม่เคยบอกชื่อหรือบอกใครว่าเคยช่วยคนประสบอุบัติเหตุเกือบหนึ่งปีเต็มที่ไม่ได้พบเธอ วันหนึ่งเขายืนขายรองเท้าอยู่ในงาน Econ Fair ของชมรมการตลาด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เธอแกล้งเข้ามาซื้อรองเท้าพร้อมพูดว่า "ทำไมเบิ้มถึงต้องหลบและปิดบังชื่อด้วย หากเบิ้มไม่ช่วยหญิงวันนั้น ไม่รู้ว่าวันนี้หญิงจะได้มายืนตรงนี้หรือเปล่า รู้ไหมว่าหญิบตามหาเบิ้มมาตลอด" เขาได้แต่มองด้วยความปีติที่เห็นเธอยิ้ม เธอเปิดหน้าผากด้านขวาให้ดูแผลเป็นที่แตกขณะเกิดอุบัติเหตุ "เธอสวยมาก" ทุกครั้งที่พีระอ่านข่าย บิ๊ก ดีทูบี ทีไรเขารู้สึกขนลุกนึกถึงเหตุการณ์นั้นทุกครั้ง ถ้าช้าเพียงนิดเดียวเธออาจตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากบิ๊กในวันนี้ ถ้าเขากลัวสกปรกมัวห่วงรองเท้าและกระเป๋าเงินคงไม่มีคนลงไปอุ้มคนจมน้ำ คงรอให้หน่วยกู้ภัยมาซึ่งอาจสายเกินไป

เรียบเรียงจากเรื่องของ คุณพีระ รักขิตสมบัติ

จากใจเจ้าของเรื่อง

ทุกวันนี้ถ้ามีโอกาสช่วยเหลือผู้อื่นผมไม่เคยรีรอและไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนทั้งสิ้น เพราะคิดและระลึกเสมอว่า หากเรารู้จักช่วยคนอื่นเสียบ้าง ไม่เห็นแก่ตัว สังคมเราคงไม่เลวร้ายและน่าอยู่ จริงไหมครับ

ทางเว็บมาสเตอร์ขอขอบคุณบทความของ คุณพีระ รักขิตสมบัติ

ขอบคุณครับ

23 สิงหาคม 2549 - 18.00 น.