Make your own free website on Tripod.com

หวิดดับเพราะสร้อย

เสียงไก่ขันสัญญาณเช้าวันใหม่ แต่ด้านนอกยังมืดมิดคล้ายอยู่ในช่วงรัตติกาล อุดม ใจทน เหลือบมองนาฬิกาเรือนเก่าข้างฝากใกล้ตีสี่ เป็นเวลาที่เขาต้องออกจากบ้านไปตลาดสดเทศบาลเมืองประจวบศีรีขันธ์เพื่อรับจ้างส่งของให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาด และเตรียมของขายยามฟ้าสาง เขาเป็นผู้ชายธรรมดาเหมือนคนทั่วไป ขับรถรับจ้าง ค้าขายเป็นสามีที่ดีของภรรยา เป็นพ่อที่ดีของลูก ดำเนินชีวิตตามอัตภาพไม่เบียดเบียนใครและไม่ต้องการเห็นใครเอาเปรียบสังคม ตลาดนัดเช้ามืดวันที่ 13 กรกฏาคม 2546 มิได้แตกต่างจากวันทั่วไปที่เป็นมา ทุกคนสาละวนอยู่กับการตระเตรียมข้าวของวางขายพูดคุยทักทายกันด้วยอัธยาศัยไมตรีตามวิถีชาวชนบน กุ้งหอยปูปลาจากทะเลตั้งเรียงแผงยาวริมทางเท้า อากาศค่อยข้างเย็นแต่ไม่มีใครสะทกสะท้าน

นางแกะ โพนทอง จัดปลาตัวใหญ่เรียงอย่างเป็นระเบียบบริเวณทางเท้ามีคนเดินผ่านไม่มากนัก เธอจึงสาละวนกับการจัดวางอาหารทะเลแทนการตะโกนเรียกลูกค้า สร้อยคอทองคำเส้นโตส่งประกายแวววาวตัดกับแสงไฟรวมราคาเข้ากับพระเลี่ยมทองไม่น่าจะต่ำกว่าสามหมื่นบาท เป็นสมบัติที่เธอภาคภูมิใจซึ่งกว่าจะหามาได้ต้องเก็บหอมรอมริบอยู่นานปี เพราะฉะนั้นจึงหวงแหนและรักยิ่งชีวิต ในวันแรกที่ใส่สร้อยเส้นนี้เธอกังวลไปสารพัดอย่าง ทั้งกลัวจะหาย กลัวจะมีคนมากระชาก จึงพยายามคลำดูเสมอ เมื่อเวลาผ่านไปความกังวลนั้นก็หาย ประกอบกับบริเวณนี้ไม่เคยปรากฏพวกมิจฉาชีพเธอจึงไม่ใส่ใจเมื่อมีเงาดำปรากฏเบื้องหน้า นางแกะรู้สึกตัวอีกครั้งตอนหงายหลังลงบนพื้นเพราะแรงผลักสร้อยคอทองคำพร้อมพระเลี่ยมทองติดอยู่ในมือคนร้าย แม้จะช็อคกับสิ่งที่เกิดโดยไม่คาดฝันและกะทันหันเกินตั้งตัว แต่ไม่มีทางที่เธอจอยอมโดยง่าย ต่อให้มันตัวใหญ่เป็นยักษ์ปักหลั่นก็ไม่หวั่น ความเสียดายของเป็นพลังดันร่างให้พุ่งพรวดแย่งคืนแต่ได้มาแค่ครึ่งท่อนอีกครึ่งท่อนและพระเลี่ยมทองลอยไปพร้อมกับนักวิ่งราว

"ช่วยด้วยคนกระชากสร้อย...ช่วยด้วยคนกระชากสร้อย...ช่วยด้วย มันวิ่งไปโน่นแล้ว"

เธอตะโกนโหวกเหวกชี้ไม้ชี้มือ ก่อความโกลาหลให้กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจ่ายตลาด แม้ทุกคนจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแม่ไม่มีใครกล้าช่วยเพราะไม่คุ้ยเคยกับเรื่องคอขาดบาดตาย บางคนตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองว่าคนร้ายที่ห่างไกลออกไป วินาทีเดียวกันนั้นก็ปรากฏร่าง อุดม ใจทน วิ่งจี้ตามไปติด ๆ ความใจกล้าของเขาทำให้หนุ่มใหญ่อีกสองคนคือ บุญลือ แพใหญ่ อาชีพขับรถรับจ้างและ สุชาติ เกตุดี อาชีพค้าขาย ไล่ตามสมทบ อุดมเร่งฝึเท้ากระทั่งทันกระชากคอเสื้อเจ้ามิจฉาชีพล้มลงกระโดดคร่อมร่างเพื่อล็อคตัวส่งตำรวจ

ฉึ่ก!

เขาสะดุ้งสุดตัวชาวาปไปทั้งร่างเมื่อมีดปลายแหลมในมือคนร้ายเสียบเข้าทรวงอกด้านซ้ายเฉียดขั้วหัวใจ กัดฟันกรอดมองปลายมีดถูกกระชากออกก่อนแทงสวนอีกครั้งจึงยกมือซ้ายขึ้นกันด้วยสัญชาตญาณเส้นเอ็นขาดสะบั้น เลือดสด ๆ ทะลักเปรอะไปหมด สติสัมปรัญญะขาดลงทีละน้อย ลมหายใจติดขัด เสียงหวีดร้องระงมทั่วตลาด มันเตรียมสวนอีกครั้งปิดบัญชี จังหวะที่อุดมเกือบสิ้นชื่อสองหนุ่มใหญ่ก็โผเข้าพลักร่างเขาออกและช่วยกันเข้าจัดการแทน บุญลือถูกแทงเข้าบริเวณชายโครงด้านขวา ส่วนสุชาติถูกคนมีดบาดฝ่ามือเป็นแผลใหญ่ แม้จะเจ็บแทบขาดใจแต่อุดมยังเป็นห่วงเพื่อนรวบรวมกำลังเท่าที่เหลือเข้าช่วยล็อคมือมีดกระทั่งมันสิ้นฤทธิ์ถูกจับดำเนินคดี จากการเข้าช่วยเหลือครั้งนี้ทำให้สามพลเมืองดีได้รับบาดเจ็บทั่วหน้า อุดม ใจทน สาหัสกว่าคนอื่นโดยเฉพาะบริเวณทรวงอกด้านซ้ายที่ห่างขั้วหัวใจเพียงเล็กน้อย หากคมมีดลึกกว่านี้เพียงนิดเดียวจะทะลุปอด เขาคงเหลือแต่ชื่อและคุณงามความดีให้ภรรยาและบุตรสาวได้ระลึกถึง นับว่าอุดมโชคดีที่อาการบาดเจ็บหายวันหายคืน แต่บริเวณข้อมือยังไม่สามารถหยิบจับอะไรได้เป็นปกติเนื่องจากเอ็นที่ขาด จึงลำบากต่อการประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว แต่นั่นหาทำให้เขาเกิดความท้อแท้แต่อย่างใด ผลของการกระทำความดีในครั้งนั้น ส่งผลให้เขาได้รับคำชื่นชมพร้อมทั้งได้รับมอบใบประกาศเกียรติคุณจากนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 24 กรกฏาคม 2546 นอกจากนั้นยัง ได้รับมอบโล่ประกาศเกีียรติคุณจาก สภ.อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ คณะกต.ตร.สภ.อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 5 สิงหาคม 2546 และยังมีผู้ร่วมช่วยเหลือมองเงินให้อีกเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ทั้งสามคน

เรียบเรียงจากเรื่องของ คุณรุ่งทิตย์ เถียรอ่ำ

จากใจเจ้าของเรื่อง

ในสังคมของเราทุกวันนี้หาคนมีน้ำใจยากเข้าไปทุกที แต่ไม่ถึงกับไม่มีหรอกนะ จิตใจของคนเห็นแก่ตัวหลายต่อหลายคนยังเห็นความเดือดร้อนและชะตากรรมของเพื่อนมนุษย์เป็นธุระ ไม่ใช่เหมือนกับโฆษณาตอนหนึ่งที่บอกว่า "ไม่รู้ว่าขยายพันธุ์มาจากโคตรหรือเหง้าชนิดไหน" แหมมันสะใจโดยส่วนตัวดีจริง ๆ เป็นการกระชากความรู้สึกกระตุ้นให้ทุกคนหันมาช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากขึ้น มีน้ำใจกันมากขึ้น เพื่อให้สังคมไทยปรากฏแก่สายตาชาวโลกว่า "เมืองไทยของเราไม่เคยสิ้นคนดีตราบนานเท่านาน" ในฐานะเป็นคนประ่จวบคีรีขันธ์เหมือนพลเมืองดีทั้งสามคนขอเป็นกำลังใจ อุดม ใจทน-บุญลือ แพใหญ่-สุชาติ เกตุดี มีความสุขความเจริญตั้งมั่นอยู่ในความดีอย่าท้อถอย และขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่เป็นพลเมืองดีทั่วประเทศอย่าท้อถอยกับการทำความดี ให้ความช่วยเหลือเมื่อมีโอกาส เพียงเท่านี้คุณก็เป็นพลเมืองดีเช่นกัน

ทางเว็บมาสเตอร์ขอขอบคุณบทความของ คุณแกะ โพนทอง

ขอบคุณครับ

17 สิงหาคม 2549 - 08.30 น.