Make your own free website on Tripod.com

เกือบจะเป็น "ตราบาป"

00.30 น. ดึกขนาดนี้คนทั่วไปคงนอนหลับสบายอยู่ในบ้าน แต่เด็กสาววัยสิบเจ็ดกลับวิ่งกระหืดกระหอบอยู่บนถนนในตัวเมืองนครปฐมเสาไฟข้างถนนตั้งอยู่ห่าง ๆ ผสมกลิ่นอายรัตติกาลทำให้บรรยากาศดูเปลี่ยวยิ่งขึ้น เธอมองไปตามสองข้างทางไม่ปรากฏกลุ่มคนให้เห็น มีแต่รถบนถนนที่วิ่งสวนมาเป็นระยะ เรี่ยวแรงล้าลงเรื่อย ๆ เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นบ้างเมื่อไม่เห็นใครตามมาข้างหลัง แต่จะวางใจได้ยังไงในเมื่อพวกนั้นมีรถมอเตอร์ไซค์ มันอาจโผล่มาได้ในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง เหงื่อเม็ดโป้ง ๆ ผุดพราวเต็มใบหน้าแววตาตื่นตระหนก สองมือยกขึ้นโบกเรียกรถที่วิ่งสวนมา ไม่มีคันไหนยอมจอด

ผู้หญิงกลางคืน...นางนกต่อ...สาวสติฟั่นเฟือน...หลายเหตุผลที่เหล่าคนขับรถจะหาเหตุในการไม่หยุดช่วย ยิ่งในยามวิกาลเช่นนี้คงไม่มีใครกล้าเสี่ยง ตำรวจ! ใช่...ตำรวจ เพื่อนของเธอโทรศัพท์ไปแจ้งตอนไอ้มารสังคม 4 คนเข้าไปจี้เธอออกมาจากร้านอาหารคงกำลังมา...วิ่งต่อไป...วิ่งต่อไป...วิ่งจนกว่าจะเจอตำรวจ...เธอกำลังบอกตัวเอง

แสน เกลียวกัน ควบรถกระบะเปล่ากลับจากส่งไก่ที่จังหวัดชลบุรี มีภรรยานั่งคุยเป็นเพื่อนมาตลอดทาง เขาจอดรถเมื่อถึงหน้าองค์พระปฐมเจดีย์แวะกินข้าวร้านประจำ เมื่อเสร็จจากอาหารเย็นที่มากินเอาตอนเที่ยงคืนกว่าสองผัวเมียจึงเดินทางต่อ แสนใช้ความเร็วไม่มากเพราะอีกไม่นานก็ถึงบ้าน ผ่านสี่แยกวัดกลางเลี้ยวซ้ายเข้าถนนดอนตูมถึงร้านปรีชาคอนกรีต หญิงสาววัยสิบเจ็ดที่วิ่งวสนมาตรึงสายตาทั้งคู่ให้เหลือบมอง แสนเห็นลักษณะเธอผิดสังเกตคล้ายร้องเรียกให้ช่วยด้วยอาการหวาดกลัว แสนรู้สึกสงสัยในภาพที่เห็น ดูเหมือนเธอกำลังหนีอะไรอยู่ แต่เบื้องหลังก็ไม่เห็นใครไล่ตามมา กระทั่งขับเลยมาประมาณ 400 เมตร ความสงสัยจึงได้รับคำตอบ วัยรุ่น 4 คนจอดรถมอเตอร์ไซค์คล้ายกำลังปรึกษาหารือ คนหนึ่งถือมีด อีกคนถือขวดปากฉลาม ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องดี แสนนึกถึงผู้หญิงที่เห็นเมื่อครู่ประมวลเข้ากับภายวัยรุ่น 4 คน เขาหันไปถามภรรยาซึ่งเดาเหตุการณ์ได้แบบเดียวกัน

"ไปช่วยเขาดีไหม" แสนเสนอและย้ำอีกครั้ง

"อย่าไปยุ่งกับเขาเลย เราทำมาหากินต้องวิ่งผ่านเส้นทางนี้ทุกวัน เดี๋ยวจะเดือดร้อนเพราะไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร เป็นคนแถวนี้หรือเปล่า มีผู้มีอิทธิพลหนุนหลังอยู่หรือเปล่า เกิดไปช่วยแล้วพวกมันจำหน้าจำทะเบียนรถได้จะเดือดร้อน"

แสน ฟังคำเตือนภรรยาพร้อมขับรถไปเรื่อย ๆ ถึงทางโค้งใกล้ปั๊มเอสโซ่ตรงข้ามโรงปูนคอนกรีต อีกไม่นานก็ถึงบ้่าน นอนหลับเอาแรงไว้สู้ใหม่วันรุ่งขึ้น ลืมเสียเถอะ!!

หญิงสาวสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ ไอ้ทรชนพวกนั้นแน่ มันอาจแค้นขนาดข่มขืนเสร็จแล้วฆ่าทั้งก็ได้ เพราะมันบอกตั้งแต่ลากตัวออกจากร้านแล้วว่า ถ้าขัดขืนจะฆ่าทิ้ง แต่เธอก็สลัดหลุดจากวงล้อมตรงป้อมตำรวจ หลวงพ่อแช่ม นึกว่าจะมีตำรวจอยู่ในนั้น เมื่อไม่มีตำรวจทางเลือกเดียว คือวิ่งหนี 100 เมตร...200 เมตร...300 เมตร...400 เมตร...500 เมตร ระยะทางที่ห่างไกลขึ้นคือความวังที่มากขึ้น แต่เสียงมอเตอร์ไซค์ ที่ไล่ตามมาบอกว่าความหวังคงสิ้นสุด หญิงสาวปล่อยโอซอยสองเท้าถี่ขึ้น ยิ่งเร่งยิ่งล้า เสียงเครื่องยนต์ชัดขึ้น แสดงว่าพวกมันใกล้เข้ามา สองมือทั้งโบกทั้งไหว้รถที่สวนมาตะโกนลั่น...ช่วยหนูด้วย มันจะข่มขืนหนู...มันจะฆ่าหนู สิบล้อคันใหญ่สาดไฟจ้า เธอดีใจ พวกสิบล้อส่วนใหญ่ใจถึงชินกับการวิ่งกลางคืนไม่กังวลเรื่องอันตราย

ช่วยหนูด้วย...มันจะข่มขืนหนู...มันจะฆ่าหนู...ปากตะโกนโบกมือว้าวุ่น สิบล้อใกล้เข้ามา ความเร็วไม่มากนัก คล้ายจะหยุด เธอยิ้มทั้งน้ำตา ลืมความปวดที่ซ่านไปทั่วร่าง เบี่ยงร่างเข้าไปใกล้เลนสิบล้อแต่ต้องรีบฉากหลบเมื่อมันพุ่งผ่าน!! เธอละล้าละลัง ใจหนึ่งอยากรับชะตากรรมทรุดลงตรงนั้น อีกใจกลัวความหื่นกระหายและกักขฬะของเดนมนุษย์ สุดท้ายกลายเป็นเท้าที่ผลักร่างให้วิ่งต่อ น้ำตาร่วงพรู เสียใจ น้อยใจ โกรธ เกลียด แสงไฟด้านหลังสว่างขึ้นเรื่อย ๆ เสียงเครื่องยนต์คำรามดุจอสูรเตียรมขย้ำ...สาม...สอง...ไฟดวงโตสาดวาบ...อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด!!!

แสน รู้สึกผิดอย่างยิ่งที่พยายามไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ ถ้าเป็นลูกเป็นน้องเขาบ้างจะไม่ช่วยเลยหรือ ดัดสินใจเหยียบเบรคบอกภรรยา...ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว... กลับรถห้อตะบึงด้วยความเร็วเพื่อกลับไปช่วยผู้หญิงคนนั้นให้ทันก่อนคนร้ายจะก่อเหตุ ถ้าช่วยเหลือไม่ทันเขาคงเสียใจมากที่เห็นแล้วไม่ช่วย กลัวเดือดร้อน ถ้าคนอื่นคิดเหมือนกันสังคมไทยคงหมดคนดี คนชั่วก็จะฮึกเหิมทำชั่วมากขึ้น เกลื่อนเมืองไปหมด แสนขับมาทันเห็นคนร้ายไล่ตามหญิงสาว มอเตอร์ไซค์สองคันขับขนานเตรียมประกบเหยื่อในลักษณะแซนวิช ช่วงระทึกใจก่อนมันถึงตัวเหยื่อ เขาเร่งเครื่องแซงแล้วผ่อนส่งสัญาณให้เธอกระโดดขึ้นกระบะ จังหวะเดียวกับคนร้ายถึงพอดี ขนาบตัวรถข้างละคันทำอาการให้หยุด แต่ไม่มีทาง แสนคิดอย่างเดียวว่าใครขืนขวางทางชนแหลก บอกภรรยากดโทรศัพท์แจ้ง 191 คนร้ายเห็นจึงแยกย้ายหายเข้าซอยข้างทาง ถึงสี่แยกมีปั๊มน้ำมันตรงหัวมุม หญิงสาวเจอเพื่อนจึงเคาะกระจกให้จอด เข้ามาขอบคุณด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ยกมือไหว้แล้วไหว้อีกพูดไปร้องไห้ไปว่าไม่มีใครจอดช่วยเลย แสนแนะนำให้แจ้งความที่โรงพักอำเภอเมือง นครปฐม หนึ่งอาทิตย์ถัดมาคนร้ายถูกจับรับกรรมตามระเบียบ

เรียบเรียงจากเรื่องของ แสน เกลียวกัน

จากใจเจ้าของเรื่อง...

ผมเป็นคนจังหวัดราชบุรี มาทำงานจังหวัดนครปฐมเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว ปัจจุบันมีอาชีพขายประกันและช่วยแฟนขายไก่ ส่งเรื่องนี้มาเพื่อเตือนสติและเป็นบทเรียนให้คุณผู้หญิงเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหารที่ต้องกลับบ้านตอนดึกให้ระมัดระวังตัวเองให้มาก ๆ ต้องหาวิธีป้องกันตัวกับภัยอันตรายที่เราไม่ทราบล่วงหน้า

ผมรู้สึกภูมิใจและดีใจมากที่ได้ช่วยเหลือเด็กผู้หญิงคนหนึ่งให้รอดพ้นจากการถูกข่มขืน จากการถูกทำร้ายหรืออาจจะถูกมาตกรรมก็ได้ถ้าไม่ยอมพวกมัน และถ้าไม่มีใครช่วยเหลือเธอก็จะเป็นตราบาปไปตลอดชีวิตของเธอ หลังช่วยเหลือเธอให้รอดพ้นภัยมืดถามว่ามาจากไหน ทำงานที่ไหน น้องเขาบอกว่าบ้านเดิมอยู่เมืองกาญจน์ อายุสิบเจ็ดปี มาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารคาราโอเกะได้สิบวัน ตอนเกิดเหตุวัยรุ่นกลุ่มนี้เข้ามาจี้จากร้านไป บังคับให้ขึ้นรถ พอดีกับเจ้าของร้านไม่อยู่เพื่อนที่เห็นโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจแต่ยังไม่มา เธอสลัดหลุดช่วงหน้าป้อมตำรวจหลวงพ่อแช่ม วิ่งหนีมาเรียกให้คนช่วยก็ไม่มีใครช่วยมีรถวิ่งผ่านหลายคันไม่มีใครจอดช่วยเลยแม้แต่รภสิบล้อ

จากเหตุการณ์ครั้งนี้แฟนผมก็พลอยภูมิใจเอาไปคุยกับเพื่อนบ้านเป็นเดือน แถมโทรศัพท์ไปบอกรายการโทรทัศน์ "เรื่องจริงผ่านจอ" พนักงานรับสายชมเชยยกย่องว่าได้สร้างกุศลอันใหญ่หลวง จนแฟนผมหน้าบานอยู่หลายวันทั้งที่ตอนแรกไม่อยากช่วยกลัวจะเดือดร้อน ที่ผมเขียนมานี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมด ร้านอาหารและสถานที่ที่เอ่ยมามีอยู่จริง และไม่ได้เขียนมาเพราะหวังจะได้รางวัล ช่วยด้วยใจจริง ช่วยด้วยจิตใต้สำนึกของความเป็นคน

ทางเว็บมาสเตอร์ขอขอบคุณบทความของ คุณแสน เกลียวกัน

ขอบคุณครับ

16 สิงหาคม 2549 - 23.00 น.